เมื่อมีการย้ายที่อยู่ไปต่างจังหวัด หรือซื้อขายรถยนต์กับคนละพื้นที่เพราะมีความจำเป็นต้องใช้เงิน คำถามสำคัญที่ตามมาคือ “โอนรถข้ามจังหวัดทำได้ไหม?” และต้องดำเนินการอย่างไรให้ถูกต้อง ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากเตรียมตัวมาอย่างดีและเข้าใจขั้นตอน ก็สามารถจัดการให้เสร็จสิ้นได้อย่างราบรื่น วันนี้เราจะมาสรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการโอนรถข้ามจังหวัดให้เอง
การโอนรถข้ามจังหวัดคืออะไร และจำเป็นเมื่อไหร่

การโอนรถข้ามจังหวัด คือ กระบวนการทางทะเบียนในการย้ายข้อมูลรถยนต์จากสำนักงานขนส่งจังหวัดเดิมไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดใหม่ที่คุณต้องการ พร้อมทั้งเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนให้เป็นหมวดจังหวัดปัจจุบัน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่จำเป็นและต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายในกรณีต่างๆ ดังนี้
- เมื่อมีการย้ายที่อยู่ถาวร: หากคุณย้ายบ้านหรือที่ทำงานไปอยู่ต่างจังหวัดและต้องการใช้รถที่นั่นเป็นหลัก การย้ายทะเบียนรถตามไปจะช่วยให้สะดวกต่อการทำธุรกรรมต่างๆ ในอนาคต เช่น การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี
- เมื่อมีการซื้อ-ขายรถยนต์: กรณีที่คุณซื้อรถมือสองจากเจ้าของเดิมที่อยู่คนละจังหวัดกับคุณ จำเป็นต้องทำการโอนกรรมสิทธิ์และย้ายทะเบียนรถมายังจังหวัดที่คุณอาศัยอยู่
- เมื่อได้รับโอนรถ: ในกรณีรับโอนมรดก หรือได้รับรถเป็นของขวัญจากญาติที่อยู่ต่างจังหวัด
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับโอนรถข้ามจังหวัด
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วและไม่สะดุด ควรเตรียมทั้งฉบับจริงและสำเนาพร้อมเซ็นรับรองให้เรียบร้อย ดังนี้
- เล่มทะเบียนรถ (ฉบับจริง)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้โอนและผู้รับโอน
- สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้โอนและผู้รับโอน
- สัญญาซื้อขายรถยนต์ (กรณีเป็นการซื้อขาย)
- แบบฟอร์มคำขอโอนและรับโอน (สามารถขอรับได้ที่สำนักงานขนส่ง)
- หนังสือมอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท (ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง)
4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการโอนรถข้ามจังหวัด (แบบแจ้งย้ายปลายทาง)

วิธีที่สะดวกและนิยมที่สุดในปัจจุบันคือ “การแจ้งย้ายปลายทาง” ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถทำทุกขั้นตอนให้จบได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดใหม่ โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปที่จังหวัดเดิมเลย มีขั้นตอนดังนี้
- เตรียมเอกสารและยื่นเรื่องแจ้งย้าย: นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดปลายทาง (จังหวัดที่ต้องการย้ายเข้า) พร้อมชำระค่าธรรมเนียมการแจ้งย้าย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการออกใบรับเรื่องและนัดหมายให้รอการติดต่อกลับ
- รอการอนุมัติและส่งเอกสาร: สำนักงานขนส่งปลายทางจะประสานงานกับขนส่งจังหวัดเดิมเพื่อตรวจสอบข้อมูล ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 3-5 วันทำการ
- นำรถเข้าตรวจสภาพ: เมื่อเอกสารส่งมาถึงสำนักงานขนส่งปลายทางแล้ว เจ้าหน้าที่จะติดต่อให้คุณนำรถยนต์เข้าไปตรวจสภาพตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก
- ชำระค่าธรรมเนียมและรับเอกสาร/ป้ายใหม่: หลังจากรถผ่านการตรวจสภาพเรียบร้อยแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมส่วนที่เหลือทั้งหมด จากนั้นเจ้าหน้าที่จะออก เล่มทะเบียนรถฉบับใหม่ และ แผ่นป้ายทะเบียนใหม่ ของจังหวัดนั้นๆ ให้ ถือเป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ
เปิดค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการโอนรถข้ามจังหวัด ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่
เพื่อให้คุณวางแผนงบประมาณได้อย่างถูกต้อง นี่คือรายการค่าใช้จ่ายโดยประมาณในการดำเนินการโอนรถข้ามจังหวัด
- ค่าคำขอแจ้งย้ายรถ: 5 บาท
- ค่าธรรมเนียมการโอน: 100 บาท
- ค่าตรวจสภาพรถ: 50 บาท
- ค่าแผ่นป้ายทะเบียนใหม่: 200 บาท
- ค่าอากรแสตมป์: คิดเป็น 0.5% ของราคาประเมินรถ (เช่น ราคาประเมิน 200,000 บาท จะมีค่าอากร 1,000 บาท)
โดยรวมแล้วควรเตรียมงบประมาณไว้ประมาณ 500 – 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับราคาประเมินของรถยนต์คุณ
การโอนรถข้ามจังหวัดให้ถูกต้องเรียบร้อยไม่เพียงแต่ทำให้คุณสบายใจในการใช้รถ แต่ยังทำให้รถยนต์ของคุณกลายเป็นทรัพย์สินที่พร้อมต่อยอดได้ทันที และเมื่อคุณต้องการเงินทุนหมุนเวียนฉุกเฉิน หรือต้องการเงินก้อนเพื่อต่อยอดโอกาสต่าง ๆ รถยนต์ของคุณสามารถเป็นแหล่งเงินทุนที่ดีได้ผ่าน สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ จาก ทิสโก้ ออโต้แคช ที่ให้วงเงินสูงสุด 100% ของราคาประเมินรถ และเลือกผ่อนได้นานถึง 72 เดือน ไม่ต้องโอนเล่ม และสามารถปิดบัญชีก่อนกำหนดได้โดยไม่มีค่าปรับ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-123-4000 หรือ แอดไลน์ @TISCOAutoCash เราพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเรื่องการเงินให้คุณทันที
**กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 12% – 24% ต่อปี
**เงื่อนไขและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด



