ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ หรือ War Room ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตินีละบุตร จตช./ผอ.ฉก.88 ได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง รวมถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต ประสานความร่วมมือปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 ก.ย.2568 “War Room ” ตรวจพบบัญชีม้าที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายหลายรายพยายามทำธุรกรรมถอนเงิน 980,000 บาท ที่ห้างแห่งหนึ่งในพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงได้สั่งการประสานงานให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองพัทยา เข้าตรวจสอบ ปรากฎว่าพบ น.ส.กัลยาฯ (สงวนนามสกุล) บัญชีม้า พร้อมสมุดบัญชี 2 เล่ม และพบ Mr.Kee ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน เป็นผู้ควบคุมน.ส.กัลยาฯ ให้ถอนเงิน เพื่อนำเงินส่งต่อให้เครือข่ายคนจีน ซึ่งตรวจสอบได้หลบหนีบินออกประเทศ จึงได้จับกุมในข้อหาบัญชีม้า และธุระจัดหาบัญชีม้า, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ดำเนินคดี
การขยายผลพบว่าเงินที่เข้าบัญชีม้าของ น.ส.กัลยาฯ มาจากผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงจำนวน 10 ราย จะถอนออกและแบ่งให้ น.ส.กัลยาฯ เจ้าของบัญชีม้า 20,000 บาท โดยได้รับการติดต่อจากนายหน้าคนไทยให้มาพบ Mr.Kee ซึ่งให้การว่าจะนำเงินส่งต่อให้กับ Mr.Wang สัญชาติจีน ซึ่งบินหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วเมื่อหัวค่ำของวันที่ 3 กันยายน 2568

การกระทำดังกล่าว เป็นขบวนการนำเงินออกจากบัญชีม้าของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งมีเครือข่ายหาบัญชีม้าโดยมีคนไทยเป็นนายหน้า มีคนต่างชาติมาควบคุมเพื่อนำเงินที่ได้ออกส่งให้กับบอสคนจีน ซึ่ง War Room ได้มีการประสานงานกับตำรวจทุกหน่วยในการจับกุมและขยายผลเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรการเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
และขอประชาสัมพันธ์การเข้าไปเป็นบัญชีม้าเพื่อผลประโยชน์เล็กน้อย ถือเป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ สร้างความเสียหายให้กับประชาชนในวงกว้าง และมีความผิดในหลายข้อหาซึ่งอัตราโทษสูง



