เรียกเสียงฮือฮาต่อเนื่องสำหรับคู่รักขวัญใจมหาชนอย่างพระเอกหนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และว่าที่เจ้าสาว “ญาญ่า อุรัสยา” ที่เพิ่งปล่อยคลิปหวานหยดลงบนโซเชียลมีเดีย เป็นโมเมนต์ที่ณเดชน์แบกญาญ่าไว้บนบ่า ก่อนจะปิดท้ายด้วยซีนกอดและจูบสุดสวีท ทำเอาแฟนคลับฟินกันทั่วหน้า โดยล่าสุด ณเดชน์ ได้เปิดใจถึงที่มาของคลิปดังกล่าวในงานบวงสรวงภาพยนตร์ “ธี่หยด 3” พร้อมทั้งเผยถึงประเด็นที่เพื่อนซี้อย่าง “หมาก ปริญ” และ “คิมเบอร์ลี่” แซวว่าอยากมีลูกพร้อมกับตนเอง

‘ณเดชน์’ เผยคลิปแบก ‘ญาญ่า’ โชว์ความแกร่ง ก่อนจบด้วยเลิฟซีนสุดหวาน ลั่น..อยากทำมานานแล้ว


ณเดชน์ เผยว่า “สำหรับคลิปที่อุ้มญาญ่า คือเห็นในโซเชียลมีคู่รักทำ จริงๆ คือดูไว้หลายคลิปแล้วแหละ แล้วตั้งใจว่าจะทำแบบนี้มานานแล้ว และเมื่อวานเสร็จงานเร็ว ว่างๆ กัน ก็เลยทำอะไรสนุกๆ กัน มีคนแซวว่าคนมีคู่ออกกำลังกายกันแบบนี้เหรอ คือมันไม่ใช่การออกกำลังกายหรอกครับ มันคือการทำอะไรน่ารักๆ ด้วยกันเฉยๆ ถามว่าหนักไหม คือไม่หนัก แต่มันเป็นท่าที่คนอยู่ข้างล่าง เราต้องเกร็งตลอดเวลา เคยเห็นคนอื่นทำมันดูง่ายมากเลย แต่พอมาทำเองก็รู้สึกว่าใช้ได้เลย ซึ่งเราซ้อมแค่สองรอบเอง สบาย ส่วนตอนจูบ ถามว่าซ้อมหลายรอบไหม ไม่หรอกครับ พอเราชวนเขาทำ ญ่าก็ตื่นเต้น รีบเตรียมตัวกันเลย ตั้งกล้องดู Reference ก็สนุกดีครับ คือปกติก็เล่นแบบนี้บ่อยนะ ยิ่งถ้าไปอยู่ต่างประเทศหรือไปในบรรยากาศที่ดีๆ สวยงาม แล้วก็กระโดดโลดเต้นกันตลอด อยากฝากถึงคนที่อยาก Cover ทำเลยครับ ระวังเจ็บหลังก็พอ และระวังแฟนตก

อย่างหมาก-คิมก็เข้ามาแซว จริงๆ คลิปพวกนี้เราเห็นด้วยกันด้วย อยู่ที่ว่าใครจะทำท่าไหน มันทำให้เราสวีทกันมากขึ้น ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมยามว่างอีกหนึ่งอย่างแล้วกันที่ทำด้วยกัน เราก็อยากจะแชร์ให้กับคนดู เรียกได้ว่า “สวีทที่หลัง” คือเป็นที่นอนของญาญ่าแล้วกัน ส่วนแม่แก้วก็เข้ามาแซว ก็คงดีครับ แม่คงแฮปปี้ มีคนอิจฉาญาญ่าแล้วนะจริงๆ ใครก็เป็นได้ ผู้ชายทุกคน ฝากถึงคนโสดที่หลายๆ คนอิจฉาตาร้อน ก็แนะนำให้ฝึกสควอทเยอะๆ แล้วเดี๋ยวคุณจะแบกคู่ครองของคุณได้เอง”

พระเอกดัง เล่าต่อว่า “ล่าสุดให้สัมภาษณ์ถึงหมาก-คิม เรื่องของการมีน้อง เขาแซวบอกว่าอยากมีน้องพร้อมกับเรา ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ ถ้าเรามีลูกในเวลาที่ใกล้เคียงกัน ผมว่ามันเป็นที่ปรึกษากันได้ ไม่ว่าเราจะเป็นเพศชายหรือเป็นเพศหญิง มันก็คงมีเรื่องราวที่ผู้หญิงจะต้องแบกรับ ผู้ชายอาจจะต้องดูแล ผมว่าถ้ามีลูกใกล้เคียงกันมันก็เป็นเรื่องที่ดี ถามว่ามีนัดกันไหม ยังไม่ได้นัดกันแบบจริงจัง แต่ก็มีคุยๆ บ้างว่าน่าจะปีหน้า

แล้วต่างคนต่างงานเยอะกันด้วย ทั้งหมากทั้งคิม ทั้งผมและญาญ่า คือแพลนที่จะมีน้องจริงๆ มันก็เป็นรายละเอียดที่สำคัญที่จะต้องคุยกันด้วย เราเองก็อยากจะปรึกษาคุณหมอให้มันดีจริงๆ และปลอดภัยจริงๆ คือเราไม่ได้ถึงขนาดล็อกเป้าว่าจะต้องเป็นวันนั้นวันนี้ แต่ถ้าไล่ๆ กัน มันก็เป็นอะไรที่ดี เราเห็นเพื่อนเราภูผากับจ๋า เวลาเขาเลี้ยงลูก ก็เป็นกรณีศึกษาที่ดีมากๆ และแบ่งเวลาให้ลูก แบ่งเวลาให้กับตัวเองด้วย ซึ่งถ้าเรามีโอกาสมีน้องในเวลาที่มันใกล้กัน ถ้าเราไปไหนมาไหน หรือเราทำกิจกรรมอะไรด้วยกัน มันคงเป็นอะไรที่ดี

คือเรายังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับหมอ ปีหน้าเอางานแต่งก่อน จริงๆ เรื่องลูกเราก็คุยกันว่าอยากจะมีกี่คน อยากมีเมื่อไหร่ ก็มีไอเดีย ถามว่าถ้าจะต้องฟันธง เหยียบเท้าไว้เลย ผมว่าผมกับญ่าไม่ใช่อย่างนั้น ก็มีการวาดฝันไว้สนุกๆ ตอนแรกบอกว่าคนเดียว สักพักก็มาสองคน สามคน กลับมาคนเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา คือผมไม่ใช่คนแบกท้อง ส่วนเรื่องงานแต่งจริงๆ อยู่ในขั้นตอนหลายๆ อย่าง คือเรามีสามงาน ก็ค่อยๆ ทยอยเติมเต็มช่องว่างในสิ่งที่เราขาดไปในเรื่องของดีเทลงาน พอเราโยนให้เวดดิ้งแพลนเนอร์ทั้งหมด เราก็สบายใจไปส่วนหนึ่งแล้ว แล้วเดี๋ยวพวกเดดไลน์อะไรหลายอย่าง เขาจะมาสะกิดเราเองว่าถึงเวลาแล้วนะ ต้องเลือกแบบอะไรแบบนี้ ถามว่างานแรกพร้อมหรือยัง ยังไม่พร้อม 100% ยังมีดีเทลเยอะ”