“หากมีเวลาว่างก็จะไปเดินเล่นย่านคาเฟ่ซองซูหรือยอนนัม หรือบางทีก็เดินชมพระราชวังหรือวัดเก่าแก่ เสน่ห์ของเกาหลีคือการผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัย เดินไปเพียงไม่กี่ก้าวก็สามารถเจอคาเฟ่สมัยใหม่ ถนนเต็มไปด้วยชีวิตชีวาแล้ว”

“ซองซู” เป็นย่านโรงงานร้องเท้าและเขตอุตสาหกรรมเก่า ที่เต็มไปด้วยโกดัง ที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะใหม่ โดยยังคงมีฉากหลังเป็นอาการชั้นเดียวแบบโกดังก่ออิฐมอญสีแดง เพียงแต่ภายในไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแหล่งผลิตรองเท้าหรืออุตสาหกรรมใด ๆ อีกต่อไปแล้ว จากยุคแรกที่มีคาเฟ่ชิค ๆ กับร้านสตูดิโอถ่ายรูปเป็นหลัก วันนี้เพิ่มเติมด้วยร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ร้านน้ำหอมแฮนด์เมด ไปจนถึงร้านเครื่องสำอางค์หลากหลายแบรนด์ และแน่นอนว่ายังคงมีคาเฟ่ใหม่ ๆ และพื้นที่ศิลปะหน้าใหม่เพิ่มเรื่อย ๆ เกือบทุกสัปดาห์

ส่วนย่าน “ยอนนัม” ที่ว่า อยู่ไม่ไกลจากย่านฮิตของเหล่าวัยรุ่นอย่างฮงแด เพียงแต่ข้ามถนนมาอีกฝั่ง นอกจากจะมีทางรถไฟเก่าอยู่ในสวนขนาดย่อมให้เดินเล่นแล้ว บรรดาคาเฟ่หน้าใหม่และเก่าที่ย้ายมาจากแห่งอื่น ๆ มากมายพากันยกขบวนมาเปิดที่นี่

ไม่ใช่เพียงย่านคาเฟ่ชิค ๆ เท่านั้นที่จองแฮอินชอบไป แต่คุณพระเอกยังชื่นชอบเมืองเก่าที่เคยเป็นอดีตเมืองหลวงเก่าในสมัยอาณาจักรชิลลาอย่าง “คยองจู” ที่เต็มไปด้วยโบราณสถานยุคชิลลาด้วย โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่เขาบอกว่าเป็นห้วงเวลาที่โรแมนติกที่สุดในความรู้สึก

“เวลาได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่คยองจู มันเหมือนพาย้อนเวลากลับไปในอดีตครับ”

ในช่วงศตวรรษที่ 7 ถึง 10 คาบสมุทรเกาหลีถูกปกครองโดยราชวงศ์ชิลลาเป็นเวลาเกือบ 1,000 ปี สถานที่และอนุสรณ์สถานต่าง ๆ รอบ ๆ คยองจูล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อรูปแบบสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาและสถาปัตยกรรมในเกาหลี พื้นที่ประวัติศาสตร์คยองจูเต็มไปด้วยตัวอย่างศิลปะพุทธศาสนาเกาหลีอันโดดเด่น ทั้งประติมากรรม ภาพนูนต่ำ เจดีย์ และซากวัดและพระราชวังอันรุ่งเรืองของราชวงศ์ชิลลา

หนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีคือ “วัดพุลกุกซา”วัดชื่อดังจากยุคอาณาจักรชิลลา และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก เป็นหนึ่งในวัดหลักของนิกายโชกเย และยังเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธเกาหลี สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์ชิลลาในช่วงที่ศาสนาพุทธเป็นที่ยอมรับและเจริญรุ่งเรืองที่สุด มีอายุราว ๆ 1,400 ปีมาแล้ว และที่สำคัญวัดแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยมรดกโลกและมรดกทางวัฒนธรรม

อีกสถานที่ประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญของคยองจูคือ “พระราชวังทงกุง” สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยชิลลา ภายหลังปี 1974-1986 กลางสระน้ำใจกลางเมืองคยองจูได้ระบายน้ำออก และค้นพบเครื่องปั้นดินเผาถูกสลักตัวอักษรไว้ว่า “วอลจี” มีความหมายว่า “สระน้ำที่สะท้อนดวงจันทร์” จึงเป็นที่มาของชื่อสระน้ำวอลจีในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังขุดพบโบราณวัตถุต่าง ๆ ในสมัยชิลลาด้วย โดยนำไปเก็บรักษาและจัดแสดงให้ชมที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติคยองจู แอบกระซิบว่าพระราชวังทงกุงแห่งนี้จะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงเวลาพลบค่ำและกลางคืน เพราะเงาที่สะท้อนลงบนผืนน้ำ ที่นี่ยังเคยเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำซีรีส์เรื่อง The Beauty Inside ร่างใหม่หัวใจไม่เปลี่ยน” มาแล้วด้วย

และหากมาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีอย่างที่จองแฮอินแนะนำว่าโรแมนติกสุด ๆ นั้น จะต้องหาโอกาสไปเดินเล่นรับลมเย็นที่ “สุสานโบราณแทรึงวอน” ด้วย ที่นี่แม้เป็นสถานที่ฝังศพของกษัตริย์และเหล่าขุนนางสมัยอาณาจักรชิลลาที่รวบรวมไว้ถึง 23 แห่ง แต่เพราะมีการจัดแต่งบรรยากาศโดยรอบให้อยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และทุ่งหญ้าเขียวอันร่มรื่นและเงียบสงบ สุสานจึงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ที่สำคัญยังมีพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงวัตถุโบราณที่ถูกค้นพบภายในสุสานชอนมาชง ไม่ว่าจะเป็นพระบรมสารีริกธาตุหรือเครื่องประดับทองคำรวมกันกว่า 30,000 ชิ้นให้ชมเพื่อให้ได้สัมผัสกลิ่นอายของอาณาจักรชิลลาได้อย่างลึกซึ้ง

จากแหล่งมรดกโลกเปลี่ยนบรรยากาศไปที่ย่านฮิตของสายกินสายชิลของคยองจูอย่าง “ถนนฮวังนีดัน” ที่มีคาเฟ่และร้านอาหารน่านั่งมากมาย โดยมีบ้านสไตล์ฮันอก บ้านแบบเกาหลีโบราณเป็นฉากหลัง เป็นความมินิมอลที่ผสมผสานกับกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว

เวลายังเหลืออย่าลืมแวะไป “หอดูดาวชอมซองแด” หอดูดาวเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีซอนด็อกแห่งอาณาจักรชิลลา เพื่อใช้สำหรับการสังเกตดวงดาว ในการคาดการณ์สภาพอากาศ และถูกกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติลำดับที่ 31 เมื่อปี 1962 บริเวณรอบ ๆ จะถูกปกคลุมด้วยสวนหญ้าที่ผลันเปลี่ยนไปในทุกฤดูกาล

อีกแห่งที่จะขาดไม่ได้เมื่อมาคยองจูคือ “ถ้ำซอกกูรัม” สร้างขึ้นโดยคิมแดซองในรัชสมัยพระเจ้าคยองด็อกแห่งอาณาจักรชิลลา ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิที่หันหน้าออกสู่ทะเลตะวันออก ถ้ำแห่งนี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก เมื่อ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2538

นายคิม จงฮุน รักษาการรองประธานบริหารฝ่ายการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ KTO เล่าว่า แต่ลเมืองของเกาหลีล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นโซล ปูซาน เชจู แทกู ชอนจู รวมถึงคยองจูได้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์ไร้กำแพง” เต็มไปด้วยมรดกโลกและทิวทัศน์งดงาม ซึ่งกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน “APEC 2025” ภายใต้หัวข้อ “BUILDING A SUSTAINABLE TOMORROW” ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม -1 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมคยองจู ฮวาแบ็ก (HICO) ด้วยมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าและบรรยากาศอันสงบงาม เมืองคยองจูจึงเป็นจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ไม่ควรมองข้าม