เมื่อวันที่ 6 ก.ย.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โพสต์คลิปวิดีโอวิเคราะห์การโหวตเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นนายกรัฐมนตรี ของพรรคประชาชน (ปชน.) โดยระบุว่า การตั้งรัฐบาลครั้งนี้เป็นไปตามระบบรัฐสภา และการตัดสินใจของพรรคประชาชนถือเป็นสิทธิ์ที่ทุกคนต้องเคารพ แต่ผลลัพธ์จากรัฐบาลที่จัดตั้งด้วยเงื่อนไขพิสดารเช่นนี้ มีแนวโน้มความสำเร็จยากมาก
นายณัฐวุฒิ ระบุว่า พรรคประชาชนในฐานะผู้ถือคะแนนเสียงหลัก จะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบทางการเมืองได้ แม้เสียงส่วนหนึ่งจะเห็นด้วยและบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการตั้งรัฐบาลชุดนี้ ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยก็เคยถูกวิจารณ์เช่นเดียวกัน เมื่อครั้งตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว แม้จะโหวตให้พรรคอื่น แต่ไม่สามารถผลักดันคนของตัวเองขึ้นเป็นนายกฯ ได้ เช่นเดียวกับรัฐบาลปัจจุบันที่พรรคประชาชนยกมือให้พรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาล แต่ตัวเองยังคงทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ยังชี้ให้เห็นว่า บทบาทของพรรคประชาชนไม่ใช่เพียงสนับสนุนนายอนุทิน แต่ยังต้องจัดองค์ประชุมสภาให้พรรคภูมิใจไทยด้วย เนื่องจากจำนวนสมาชิกและคะแนนของพรรคภูมิใจไทยไม่เพียงพอ การสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้จึงดูเป็นเรื่องพิลึกพิลั่น เพราะแกนนำฝ่ายค้านต้องเข้ามาช่วยให้รัฐบาลมีองค์ประชุมครบ
นายณัฐวุฒิ ย้ำว่า การทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคเพื่อไทยต้องชัดเจนและเข้มแข็ง ไม่จำเป็นต้องรอสัญญาณจากพรรคประชาชน ขณะเดียวกัน การตั้งรัฐบาลครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยได้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว ส่วนพรรคประชาชนและประชาชนทั่วไปต้องเสี่ยงและลุ้นเอาเอง
นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเพิ่มคะแนนเสียงของรัฐบาล รวมถึงเงื่อนไขข้อที่ 4 ที่พรรคประชาชนตั้งไว้ ว่าอาจถูกละเมิดหรือไม่ และประเด็นการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ตรงกันระหว่างหนังสือของวุฒิสภาและราชกิจจานุเบกษา ซึ่งสะท้อนความซับซ้อนของการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้
แม้จะมีคำวิจารณ์และความกังวล นายณัฐวุฒิ ยืนยันว่า ต้องเคารพการตัดสินใจของพรรคประชาชน ผลโหวตทั้งหมดของพรรคประชาชนครบ 143 เสียง และคะแนนที่เหลือมาจากพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาล อย่างไรก็ตาม อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีมองว่า 4 เดือนข้างหน้า รัฐบาลจะยุบสภาตามที่ประกาศไว้หรือไม่ หลายๆ คนก็เชื่อ แต่ตนไม่เชื่อ



