สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงปฏิบัติการเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ ซึ่งตรวจค้นโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของบริษัทฮุนได-แอลจี ตั้งอยู่ที่เมืองเอลลาเบล ในรัฐจอร์เจีย และสามารถจับกุมแรงงานผิดกฎหมาย 475 คน ในจำนวนนี้มากกว่า 300 คน เป็นชาวเกาหลีใต้ ว่าสหรัฐเป็นประเทศที่ต้อนรับการลงทุนจากทุกประเทศ แต่ผู้ประกอบการต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายคนเข้าเมืองของอเมริกา
ทรัมป์ย้ำว่า ปฏิบัติการที่เกิดขึ้น เป็นผลจากการดำเนินการตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ และเตือนทุกฝ่ายว่า การนำเข้าแรงงานต้องเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายเท่านั้น แต่ทางที่ดี รัฐบาลวอชิงตันขอให้เจ้าของบริษัทเหล่านั้นว่าจ้าง และฝึกในอาชีพให้กับแรงงานชาวอเมริกันด้วย
???? JUST IN: President Trump sends a message to foreign companies in the U.S. after ICE arrested 450 illegals at Hyundai’s plant in Georgia
— Nick Sortor (@nicksortor) September 8, 2025
“I am hereby calling on all Foreign Companies investing in the United States to please respect our Nation's Immigration Laws.” pic.twitter.com/u2atmt2val
ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกรุงวอชิงตันออกแถลงการณ์ ว่าพลเมืองชาวเกาหลีใต้มากกว่า 300 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลากรสหรัฐ (ไอซีอี) จะเดินทางกลับมายังเกาหลีใต้ เร็วที่สุดคือวันพุธที่ 10 ก.ย. ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ตามมาตรการผลักดันของรัฐบาลวอชิงตัน
ICE ROUNDS up South Korean Hyundai staff in Georgia
— RT (@RT_com) September 6, 2025
At least 300 South Koreans bused out under ICE custody
Seoul OFFICIALLY ‘REGRETS’ the US releasing footage
Hyundai had boosted US investment to $26 BILLION just days prior https://t.co/jkSBl2a235 pic.twitter.com/i8tckh9HcP
ด้านบริษัทฮุนไดออกแถลงการณ์ ว่าในบรรดาชาวเกาหลีใต้ซึ่งถูกจับกุมทั้งหมด ไม่มีใครเป็นพนักงานโดยตรงของบริษัท ส่วนแอลจีเปิดเผยว่า มีพนักงาน 47 คนของบริษัทถูกจับกุม หนึ่งในนั้นเป็นชาวอินโดนีเซีย และผู้ที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างของบริษัทผู้รับเหมา
ทั้งนี้ เกาหลีใต้ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของทวีปเอเชีย เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สหรัฐ โดยบริษัทหลายแห่งมีการลงทุนมากขึ้นในระยะนี้ พร้อมทั้งประกาศแผนขยายการลงทุนอีกในอนาคต เพื่อลดแรงเสียดทานจากมาตรการภาษีของรัฐบาลทรัมป์.
เครดิตภาพ : AFP



