คุณแม่ป้ายแดงที่ออร่าความสวยเปร่งประกายสุดๆ สำหรับนักร้องสาว “เนย วรัฐฐา” หรือ “เนย เนโกะจัมพ์” โดยก่อนหน้านี้เธอได้ออกมาประกาศข่าวดีผ่านทางอินสตาแกรม ว่ากำลังตั้งท้องลูกคนแรก อายุครรภ์กำลังจะเข้า 4 เดือน กับสามีหนุ่มนักบิน “ฤทธิ์ กาไชย” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสาวเนยได้เปิดเผยเส้นทางกว่าจะมีลูกคนแรกได้ ต้องเสียน้องไปก่อนถึง 2 รอบ แม้ว่าจะดูแลตัวเองดีแบบมากๆ แต่ปัญหาเกิดจาก “โรคพันธุกรรมแอบแฝง” ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด เนย-ฤทธิ์ ได้ควงแขนกันมาร่วมงานแถลงข่าว 2 ครอบครัวคนบันเทิง ประกาศข่าวดีมีทายาทสมดังตั้งใจ หลังเข้าปรึกษาที่ GFC ก็ได้เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว

โดย เนย เผยว่า “ความรู้สึกของคุณแม่ป้ายแดง ก็เป็นกังวลหลายๆ อย่าง แต่ไม่ได้ขนาดนั้น มีอะไรหลายๆ อย่างให้ได้คิด ว่าหลังจากนี้สเต็ปต่อไปเราต้องทำยังไง เตรียมตัวยังไงบ้าง เรื่องหลังคลอด เรื่องโรงเรียนของลูก ก็กังวล คิดเยอะอยู่เหมือนกันค่ะ ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 5-6 เดือนแล้ว ก็ใช้ชีวิตปกติ เลือกทานอาหารที่ดีต่อลูก และเนยก็พยายามพักผ่อนเยอะๆ ให้มันไม่เครียด แค่นี้แหละค่ะ

คือก่อนที่จะมาใช้วิธีทางการแพทย์ น้องหลุดไปทั้งสองรอบเลย คือจริงๆ ตอนนั้นก็ไม่ได้ถึงกับเศร้าอะไรขนาดนั้น เราก็เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของธรรมชาติ บางทีมันอาจจะหลุดได้ แต่เนยจะรู้สึกแปลกใจตัวเองมาก ว่าทำไมเราท้องก็ไม่ได้ยาก แล้วก็เป็นคนสุขภาพดี ดูแลสุขภาพตัวเองดี ทุกอย่างมันไม่น่าจะมีปัญหา ก็เลยเกิดเป็นความสงสัยมากกว่า ว่ามันคืออะไร ก็เลยถามคุณหมอ เพราะว่าเนยเป็นคนที่ดูแลตัวเองดีนะ ทุกอย่างเลย เวลาตรวจสุขภาพก็คือออกมาดี เพอร์เฟกต์มากเลย แต่ทำไมถึงเป็นแบบนี้ คุณหมอเขาก็เลยให้คำแนะนำว่า บางทีเรื่องการตั้งครรภ์ การที่น้องจะเจริญเติบโต มันไม่ได้เกี่ยวว่าเราเป็นคนสุขภาพดี หรือมีอายุน้อยอย่างเดียว มันมีเรื่องของกรรมพันธุ์ โรคแฝง คุณภาพของไข่ คือมันมีหลายปัจจัยมากๆ เลยที่เราไม่รู้

ด้านคุณพ่อเขาก็บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเครียด แต่เนยก็ไม่ได้เครียดอะไรขนาดนั้น แล้วคือหลังจากครั้งที่สองที่หลุดไป ก็ไม่ได้ปล่อยไว้นาน ก็เลยมาปรึกษา เพราะเนยรู้สึกว่ามันแปลก มันต้องมีอะไรบางอย่าง ก็เลยได้มาเป็นน้อง ตอนนี้ก็หกเดือนแล้ว รู้เพศแล้วเป็นผู้ชาย ส่วนมีแพลนเตรียมกิจกรรมอะไรไว้รอลูก ก็คือกิจกรรมยามค่ำคืนออกไปนั่งกับคุณพ่อ (ฤทธิ์ : อย่าเรียกว่าเตรียมเลย ต้องเรียกว่าเอาออกบ้างแล้วครับ เตรียมไว้เยอะมาก แต่ก็คืออยากจะให้เขาเป็นในสิ่งที่เขาเป็น เขาอยากจะทำอะไรก็ให้เขาทำครับ)

ส่วนแพลนว่าอยากมีแค่คนเดียว เหนื่อย ไม่ได้รู้สึกอยากมีหลายๆ คน รู้สึกว่ามีคนเดียวแล้วดูแลได้เต็มที่ มีเวลาเต็มที่ แล้วเนยรู้สึกว่าถ้าตัวเราไม่ได้เหนื่อยมาก มันจะทำให้ลูกเราแฮปปี้ด้วย แต่มันก็คือความรู้สึกส่วนตัวของเนย เนยไม่ได้รู้สึกถึงเรื่องเหงา ที่โรงเรียนก็มีเพื่อนเยอะ ถามว่ายังมีการแพ้ท้องอยู่ไหม คือตอนนี้ไม่มีแล้ว มีช่วงสามเดือนแรกที่แพ้ท้องค่ะ ของเนยคิดว่าบางคนอาจจะหนักกว่านี้ แต่สำหรับเนย เนยรู้สึกว่ามันก็หนักมากแล้ว เหม็นมากๆ เหม็นแบบใช้ชีวิตไม่ได้เลย ต้องอยู่แต่ในบ้านอย่างเดียว และทุกอย่างที่มีกลิ่น แชมพู สบู่ คือเนยต้องออกไปให้หมด ได้กลิ่นอะไรไม่ได้เลย เหม็นจนเราปวดหัวเป็นไมเกรน แต่เราเป็นไมเกรนเราก็กินยาไม่ได้ มันก็เลยวนลูปซ้ำอยู่อย่างนี้ สามเดือนก็แย่นิดหนึ่ง ก็เหมือนกินไม่ค่อยลงแล้วก็เบื่ออาหาร

สำหรับเรื่องชื่อลูก ก็ตั้งไว้แล้วค่ะ คือจริงๆ แล้วตอนแรก เนยไม่ได้มีในใจเลย กะว่ารอให้ลูกโตขึ้นมาแล้วถามไปเลย อยากชื่ออะไรตามนั้นเลย คือไม่ได้ซีเรียสเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่ว่ามีคุยกันกับพี่ฤทธิ์ว่า อยากให้ลูกชื่อพยางค์เดียว แล้วก็เป็นชื่อที่ออกเสียงภาษาอังกฤษ แล้วก็สากลได้ และภาษาไทยได้โดยที่ไม่เปลี่ยน แต่ว่าเดี๋ยวไว้ค่อยบอกค่ะ กำหนดเป็นช่วงต้นปีหน้าค่ะ เดือนมกราคม ถามถึงด้านความสัมพันธ์ พอรู้ว่ามีลูกมันกระชับขึ้นไหม จริงๆ เหมือนเดิม สำหรับเนยกับพี่ฤทธิ์ เราค่อนข้างที่จะใกล้ชิดกันอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็มีแค่เนยจะคิดไปถึงตอนหลังคลอดมากกว่า ว่า ะอยู่บ้านเยอะขึ้นไหมนะ จะกลับบ้านเร็วกว่าเดิมไหมนะ เราก็ไม่ได้เลี้ยงลูกคนเดียวเนอะ ก็ลูกเราด้วยกันเนอะ ก็น่าจะช่วยกันเลี้ยงเนอะ ไปบินทำงานเราเข้าใจได้ เวลาไปเที่ยวกับเพื่อนเนอะ ออกไปกินเหล้าเนอะ ก็ต้องเปลี่ยนบ้างเนอะ (ฤทธิ์ : อยากแพ้ท้องเลยตอนนี้ (หัวเราะ))

ฤทธิ์ เผยว่า สำหรับความรู้สึกที่ได้เป็นคุณพ่อป้ายแดง คืออาจจะไม่ได้กังวลเท่าไหร่ แต่ว่าตื่นเต้นมากกว่า เพราะว่ามันเป็นอะไรใหม่ๆ ในชีวิต ก็พยายามทำให้มันดีที่สุด ให้ทุกอย่างลงตัวและดีที่สุด ถามว่าคุณพ่อเห่อขนาดไหน คือจริงๆ แล้ว ผู้ชายผู้หญิงก็ได้ แต่ในใจแล้วอยากได้น้องผู้หญิง แต่พอมาเป็นน้องผู้ชายก็เลยรู้สึกว่า อืม ก็ดี ไหนๆ ก็มีฤทธิ์มีพิชญ์แล้ว ก็น่าจะอีกสักคนหนึ่ง เอาให้มันพังไปเลยทีเดียว (หัวเราะ) ก็ดีครับ ก็เลยรู้สึกว่าเราจะได้มีเพื่อนอีกคนหนึ่ง ก็ให้เขาโตมาเป็นสิ่งที่เขาเป็น คือเรามีโอกาสได้อยู่โรงเรียนชายล้วนด้วย มีน้องชายด้วย ก็ง่ายกับการที่เราจะเลี้ยงผู้ชายอีกสักคน

ถามว่าเล็งไว้ว่าจะมีกี่คน คือจริงๆ ผมอยากได้สองคน คือความที่ผมก็มีพี่น้องเนาะ แล้วถ้าเกิดไม่ได้ห่างกันมาก สองปีสามปี มันก็ได้ มีเพื่อนและน้องทั้งสองอย่างรวมๆ กันแล้วมันไม่เหงา คือถ้ามีลูกคนเดียว รู้สึกว่า…คือไม่แน่ครับ ตอนนี้อาจจะเป็นยุคใหม่แล้ว แต่ว่ายุคผม ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้มีโซเชียลเน็ตเวิร์กแบบนี้ มันจะเหงา มันอยู่คนเดียวมันก็ไม่มีเพื่อนไม่มีน้องที่โตมาด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน เล่นกีฬาด้วยกัน อยู่ทีมเดียวกัน มันจะสนุกกว่า แต่ก็อาจจะลองเลี้ยงดูก่อน เผื่อมีความสุข อาจจะโผล่มาอีกสอง เป็นสาม (เนย : ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็เดี๋ยวค่อยว่ากันค่ะ)

ส่วนเรื่องการแพ้ท้อง ก็ไม่มีแพ้ท้องแทนคุณแม่เลย ซึ่งตอนช่วงแรก ที่แพ้หนักๆ ช่วงสามเดือนแรก ตอนนั้นผมไปบินอยู่ที่ซาอุฯ ก็เลยไม่ได้อยู่บ้าน กลับมาแค่ประมาณ 10 วัน ถามว่าหลังจากนี้ต้องลดการบินไหม ณ ปัจจุบันไม่ได้เยอะอยู่แล้ว แต่แค่ไฟลต์ที่มันต้องไปอยู่ต่างประเทศนานๆ เป็นเดือน อันนั้นก็ไม่ได้ไปแล้ว