เทศบาลเมืองเพชรบุรีและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้ดำเนิน โครงการการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนด้านการบริหารจัดการขยะและการนำไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานและอื่นๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนบูรณาการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 61 โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาปัญหาขยะและการบริหารจัดการขยะของจังหวัดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย จึงนำมาสู่การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเพื่อส่งเสริมสนับสนุนและการประสานงานในการดำเนินการจัดตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการขยะ หรือ ศูนย์ขยะ “RETURNNA”

นายกิตติพงษ์ เทพพานิช นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรีกล่าวว่าศูนย์เรียนรู้แห่งนี้จะใช้เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ด้านการบริหารจัดการขยะและเป็นสถานที่จัดแสดงสินค้าที่ผลิตจากขยะเพื่อเป็นต้นแบบให้กับชุมชน โรงเรียน หน่วยงานต่าง ๆ และผู้ที่สนใจในการบริหารจัดการขยะด้วยตนเอง โดยจะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30–16.00 น.

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ.กล่าวว่า ในฐานะที่มหาวิทยาลัยเข้ามาสนับสนุนด้านวิชาการและร่วมมือกับชุมชนในการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ โดยคาดหวังว่าศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้จะเป็นต้นแบบและเป็นแรงบันดาลใจให้กับชุมชนอื่น ๆ เข้ามาเรียนรู้ นอกจากจะต้องช่วยลดปริมาณขยะลงแล้ว ยังทำให้เทศบาล หรือ อบต. ลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดการขยะลง เพื่อนำเงินเหล่านั้นไปพัฒนาพื้นที่ด้านอื่นได้มากขึ้น เช่น ด้านการศึกษา สาธารณสุข หรือสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับชุมชน

ผศ.ดร.จิรวรรณ เตียรถ์สุวรรณ อ.ประจำคณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ มจธ. และหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า เป้าหมายหลักคือ การบริหารจัดการและลดปริมาณขยะใน 4 จังหวัดชายฝั่งอ่าวไทย ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ชลบุรี และเพชรบุรี โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนบูรณาการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการบูรณาการความร่วมมือกับ 3 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ และมหาวิทยาลัยบูรพา อย่างไรก็ตาม โครงการได้พัฒนาไปสู่การเน้นการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเป็น “Zero Waste” โดยการสร้างศูนย์การเรียนรู้ ชื่อศูนย์ RETURNNA มีความหมายถึง Return + นะจ๊ะ หมายถึง ชักชวนให้กลับมา เป็นการชักชวนให้ประชาชนมาร่วมกันจัดการขยะหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุดเพื่อความยั่งยืนในอนาคตสืบไป

ด้าน นางสาวสุภาพ สะคราญ ประธานชุมชนพระนครคีรี กล่าวว่า ชุมชนพระนครคีรีมีประชากรประมาณ 1,000 กว่าครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านและผู้เกษียณอายุราชการ เดิมชุมชนมีปัญหาสิ่งแวดล้อมจากขยะและลิง แม้มีการจัดการขยะอยู่แล้ว เช่น การแยกขยะ แต่โครงการนี้เข้ามาเสริมในการ สร้างการมีส่วนร่วมและรายได้จากขยะ อาจารย์ได้สอนวิธีการนำขยะกลับมาใช้ใหม่และสร้างรายได้ โดยเน้นการเพิ่มมูลค่า จากเดิมที่ “แค่ทิ้ง” สำหรับผลิตภัณฑ์จากขยะที่ทางชุมชนผลิตขึ้น อาทิ พวงหรีดทำจากแผงไข่ ดอกไม้จากหลอดพลาสติก ไม้กวาดจากขวดพลาสติก ดอกซากุระจากถุงพลาสติกโดยใช้กิ่งไม้และกาบหมากปาล์มมาประกอบ และเข็มกลัด “หยกคีรี” ที่ถูกตั้งชื่อให้มีความหมายและมีมูลค่า

โดยรายได้จะนำมาเป็นกองทุนของชุมชน เช่น นำไปเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงผ่านโครงการ “กระตุกสุข” ซึ่งมีการประสานงานกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. สอดคล้องกับงานสุขภาพของชุมชน.