เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” ประธานพรรคไทยภักดี ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom” หลังศาลฎีกามีคำสั่งให้ “นายทักษิณ ชินวัตร” จำคุก 1 ปี จากกรณีหลบเลี่ยงโทษโดยอ้างอาการป่วย ทั้งที่ศาลชี้ชัดว่าไม่มีเหตุฉุกเฉิน และนายทักษิณมีส่วนร่วมตัดสินใจให้ตนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจ แทนการถูกคุมขังในเรือนจำ

แม้นายทักษิณอ้างว่าคดีเกิดหลังการรัฐประหารปี 2549 แต่การจำคุกครั้งนี้เป็นผลจากพฤติกรรมส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือรัฐประหารใดๆ โดยศาลเผยว่า ไม่อาจนับเวลาพักรักษาตัวเป็นวันจำคุกตามคำพิพากษาได้ กรณีนี้ยังโยงถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเข้าข่ายผิด ม.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และหากนายทักษิณมีส่วนสนับสนุน อาจถูกดำเนินคดีเพิ่มตาม ม.86 ด้วย

โดยเจ้าของโพสต์ อธิบายข้อความว่า “ข้อคิดทักษิณติดคุก หลังจากศาลฎีกา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้นายทักษิณต้องไปจำคุก 1 ปี อย่างน้อยสังคมต้องขอบคุณศาล ที่ศาลท่านยังเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน และความถูกต้อง ประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจ เพราะมีการโพสต์ของนายทักษิณ ที่มีการอ้างว่า “แม้ว่าทุกคดีจะเกิดขึ้นหลังการรัฐประหารรัฐบาลของผมเมื่อปี 2549″ ทำให้ประชาชนอาจจะเข้าใจผิดต่อโพสต์นี้ สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ การต้องกลับไปติดคุก 1 ปีครั้งแรก นายทักษิณได้มีการยอมรับผิด สำนึกผิด ยอมรับในกระบวนการยุติธรรม และได้มีพระบรมราชโองการอภัยลดโทษจาก 8 ปีเหลือ 1 ปี”

นอกจากนี้ “การติดคุก 1 ปีใหม่ ครั้งล่าสุดนี้ เป็นเพราะพฤติกรรมของนายทักษิณเอง ที่ทำตัวเหนือกฎหมาย ไม่ยอมติดคุก แต่อ้างว่าป่วยโรคหัวใจ รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่รัฐให้ความช่วยเหลือ และนายทักษิณน่าจะไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น ซึ่งไม่เกี่ยวกับรัฐประหารใดๆ และศาลท่านได้มีคำสั่งออกมา ส่วนข้อกังวลถึงระเบียบการคุมขังในสถานที่คุมขัง นั่นคือเกรงว่าจะเอานายทักษิณไปคุมขังที่บ้าน ในขั้นตอนต่างๆ ก็ยังไม่ง่ายที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะมาตรา 89/2 ของป.วิอาญา กรณีนำผู้ถูกคุมขังไปคุมขังสถานที่อื่น ระบุว่า ผู้ถูกคุมขังต้องจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ที่สำคัญต้องให้ศาลพิจารณาด้วย ไม่ใช่ราชทัณฑ์จะทำได้ตามใจชอบ”

“ประเด็นสำคัญมาก ที่ศาลท่านชี้ชัดว่า นายทักษิณทราบข้อเท็จจริง หรือรับรู้เหตุการณ์ว่าตนเองไม่ได้ป่วยฉุกเฉิน ไม่จำเป็นต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ และมีส่วนตัดสินใจในกระบวนการรักษาของแพทย์ เพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์จากการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยไม่ต้องกลับไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จนได้รับการปล่อยตัว และศาลท่านยังชี้ว่า ไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นการดำเนินการของแพทย์และเจ้าหน้าที่มิได้เกิดจากการกระทำของตัวนายทักษิณ เพื่อถือเอาประโยชน์จากระยะเวลาที่พักอยู่โรงพยาบาลตำรวจมาหักวันคุมขังโทษตามคำพิพากษา”

อย่างไรก็ตาม “พฤติกรรมของนายทักษิณเช่นนี้ จึงอาจตีความได้ว่า นายทักษิณมีส่วนสนับสนุน เจ้าหน้าที่ให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามความผิดอาญามาตรา 157 ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของป.ป.ช. ส่วนนายทักษิณถ้าหากมีพฤติกรรมเป็นผู้สนับสนุน ย่อมมีความผิดในฐานะผู้สนับสนุนตามความผิด อาญามาตรา 86 อีกคดีหนึ่งหรือไม่ ซึ่งต้องรับโทษ 1 ใน 3 เหตุการณ์นี้ก็ต้องถือว่า เป็นการเตือนสตินักการเมือง ข้าราชการทั้งหลาย ที่ต้องตรงไปตรงมา ต้องอาสามาทำงานเพื่อชาติและประชาชนจริงๆ ส่วนข้าราชการราชทัณฑ์ ที่กำลังดูแลนายทักษิณ ทำอะไรให้คำนึงถึงข้อกฎหมายด้วย เพราะหลายท่านกำลังถูกดำเนินคดี โดยป.ป.ช.ในคดีช่วยเหลือนายทักษิณ อย่ามาสร้างคดีขึ้นใหม่”

ขอบคุณข้อมูล : วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom