เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ อ.ผักไห่ เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง พร้อมทั้งมอบน้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน ยาแก้น้ำกัดเท้า เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยมีนางปวีณา ทองสกุลพันธ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสุเทพ คำโต นอภ.ผักไห่ องค์กรปกครองท้องถิ่นอำเภอผักไห่ กำนันผู้ใหญ่บ้าน พร้อมหน่วยงานราชการ ร่วมลงพื้นที่

โดยเขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำลงท้ายเขื่อน กว่า 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้แม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และน้ำในแม่น้ำน้อยเพิ่มสูงขึ้น พื้นที่ลุ่มต่ำที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เช่น อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมตลิ่ง ถูกน้ำเข้าท่วมหลายแห่งและพบว่ามีชุมชนหลายชุมชนเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดกับคลองและแม่น้ำน้อย ถูกน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วม ทางผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา จึงนำคณะออกเยี่ยมช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงก่อนเป็นอันดับแรก โดยนำทีมแพทย์เข้าไปประเมินและติดตามอาการป่วย และพร้อมช่วยเหลืออพยพออกจากบ้าน หากระดับน้ำสูงขึ้นจนไม่สามารถพักอาศัยในบ้านได้

นายนิวัฒน์ เปิดเผยว่า พื้นที่ลุ่มต่ำ ได้เริ่มมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนหลายพื้นที่ โดยทางจังหวัดฯ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานติดตามและให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียง ในปี 2568 นี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดธงสีขาวเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงว่าบ้านหลังนี้มีผู้เปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง อาศัยอยู่ ต้องดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งแต่ละพื้นที่ มีการจัดเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นเข้าให้การช่วยเหลือมาโดยตลอด หากว่ากลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง ต้องการเคลื่อนย้ายออกมาพักพิงในสถานที่ที่ทางอำเภอ ท้องถิ่น จัดรองรับไว้ให้ จะมีทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัด ประสานโรงพยาบาลในพื้นที่ทุกอำเภอ เตรียมความพร้อมออกมาดูแลประชาชน ทั้งยารักษาโรค ยาสามัญประจำบ้าน รวมไปถึงยาทาแก้น้ำกัดเท้า
รวมถึงจัดทีมแพทย์เคลื่อนที่เข้าไปดูแลผู้ป่วยที่ออกมาไม่ได้ ก็จะไปดูแลถึงบ้าน และในพื้นที่น้ำท่วม ทุกอำเภอได้มีการกำชับในเรื่องของการสื่อสารแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ให้องค์กรปกคลองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบ ออกไปดูแลพี่น้องประชาชน และต้องให้เบอร์โทรติดต่อกับพี่น้องประชาชนทุกบ้าน เพื่อที่จะประสานขอความช่วยเหลือได้ทันทีในกรณีจะอพยพ เคลื่อนย้ายออกจากบ้านเรือน โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง จำนวน 6 อำเภอ 83 ตำบล 478 หมู่บ้าน 17,223 ครัวเรือน




