สวัสดีวันหยุด พบกับข่าวสารยานยนต์จากทุกมุมโลกกับ “อ้วนซ่า แอบซิ่ง” และในฉบับนี้อ้วนซ่า ขอนำเสนอรถรุ่นใหม่ที่พึ่งจะเปิดตัวกันไปสดๆร้อน ในประเทศเยอรมนี นั่นก็คือ BMW Neue Klasse iX3 รถไฟฟ้าสายพันธ์ใหม่จากแคว้นบาวาเรีย

               รถรุ่นใหม่นี้ BMW ใช้ชื่อว่า Neue Klasse (นอย คลาสเซ่) หรือนิวคลาส (New Class)ในภาษาอังกฤษ ที่หมายความถึง “ยุคใหม่” ซึ่งเป็นการนำเอาชื่อของรถเก๋งของ BMW จากทศวรรษที่ 60 ในชื่อเดียวกันกลับมาปัดฝุ่นใช้ใหม่ โดยรถคันแรกของตระกูลนี้ ก็คือ iX3 นี่เอง โดยมันจะเป็นเอสยูวีไฟฟ้า และอีกไม่นานก็จะเปิดตัวซีดานไฟฟ้าอีกคัน ในตระกูลเดียวกันก็คือ “นอย คลาสเซ่ i3” รถที่เราเห็นมันในเวอร์ชั่นรถแนวคิดมาหลายปีแล้ว ซึ่งจากสิ่งที่เราได้เห็นใน iX3 นี้ ก็พอจะเดาได้ว่า i3 ก็น่าจะไม่แตกต่างไปจากรถแนวคิดสักเท่าใดเลย

               จุดหลายหลักของ “นอย คลาสเซ่” ก็คือ การปฏิวัติวิธีการออกแบบทั้งด้านดีไซน์ และด้านวิศวกรรม ของการเป็นรถไฟฟ้าในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษที่ 2020 นี้ อันดับแรกเลยก็คือ การทำให้ต้นทุนสามารถแข่งขันกับรถไฟฟ้าจากประเทศจีนให้ได้ เพราะ BMW สูญเสียรายได้จากตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของโลกไปไม่น้อย คิดเฉพาะต้นปี 2025 นี้ก็ยอดหดหายไปถึง 15.5% โดยทาง BMW เผยว่าปัจจุบันราคาแบตเตอรี่นั้นลดลงไป 40-50% ทำให้ต้นทุนแทบจะไม่แตกต่างไปจากรถสันดาปดั้งเดิม ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถทำรถที่มีราคาเย้ายวนใจได้ดีขึ้น

               อันดับที่สอง ก็คือนวัตกรรมการขับเคลื่อน รถรุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง 4 ชุด ที่ BMW เรียกว่า “ซุปเปอร์เบรนส์” (Superbrains) ที่จะควบคุมระบบหลักของรถ อาทิ ระบบขับเคลื่อนและไดนามิกส์ ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อ ระบบความปลอดภัยแอคทีพเซปตี้ต่างๆ ฯลฯ โดยจะใช้แนวคิด BMW Symbiotic Drive (ซิมไบโอติค ไดร์ฟ) ที่จะผสานการทำงานแบบอัตโนมัติให้เข้ากับการควบคุมของคนขับให้ราบรื่นที่สุด

               อันดับสุดท้ายก็คือ งานออกแบบ แน่นอนว่าเราสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงทิศทางการออกแบบของรถรุ่นนี้ได้อย่างชัดเจนมาก นั่นก็คือ การกลับจากไปของกระจังหน้าขนาดยักษ์ และการหวนกลับมาของ “ฟันหนู” หรือกระจังทรงไตคู่ (Double Kidneys)ที่ ผอมสูง เป็นแนวทางดั้งเดิมของ BMW จากทศวรรษที่ 60-70  และการหายไปของไฟหน้าดวงกลมสี่ดวงที่คุ้นตา บอกตามตรงว่านี่คืออีกหนึ่งความบ้าบิ่นของ BMW ในทศวรรษนี้เพราะหลายๆคนร้อง “ยี้”  แต่ก็ต้องยอมรับอีกว่า ดูๆไป ก็โดดเด่นเข้าท่าดีเหมือนกัน (แต่ทางที่ดี อยากให้ฟันหนู สั้นลงอีกสักนิ้ว หรือสองนิ้วก็ยังดี) ส่วนตัวรถในมุมอื่นๆนั้นก็นับว่าสวย ลงตัว หนักแน่นแต่เฉียบคมที่ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจากรุ่นใหญ่อย่าง iX พอสมควร

               การปฏิวัติการออกแบบอีกด้านเห็นจะไม่พ้นงานออกแบบภายใน รถรุ่นใหม่นี้ขอเปิดตัวด้วยพวงมาลัยสุดแปลกที่อยากให้ผู้อ่านดูเอาเองว่าแปลกแค่ไหน เพราะพวกเขาเลือกที่จะนำก้านพวงมาลัยมาอยู่ในแนวทิศเหนือ-ใต้ แทนที่จะเห็น ตะวันออก-ตก อย่างที่คุ้นเคยกัน เหตุผลก็คือ รถรุ่นใหม่นี้ ไม่มีเกจ์วัดความเร็วที่ต้องให้เรามองลอดพวงมาลัยออกไปแล้วนั่นเอง โดยข้อมูลการขับขี่ต่างๆนั่น ถูกผลักออกไปไกลถึงฐานของกระจกบังลงหน้า แถมยังลากยาวซ้ายจรดขวาเลยอีกด้วย ซึ่งมีข้อดีคือ เราจะไม่ต้องละสายตาลงมามาตรวัดต่างๆแล้ว เพราะข้อมูลการขับขี่นั้นอยู่ในลานสายตาเราตลอดเวลา และอีกจุดหนึ่งที่เก๋ไก๋ไฮโซก็คือ นับแต่ใดมา BMW ถือเป็นแบรนด์รถยนต์ที่เน้นหนักไปที่ Ergonomics หรือการยศาสตร์ ศาสตร์ที่ว่าด้วยการออกแบบให้มนุษย์ใช้งานเครื่องมือได้สะดวกปลอดภัยที่สุด และเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มการใช้แผงแดชบอร์ดที่เอียงเข้าหาคนขับ ซึ่งแม้ในยุคนี้จะเป็นยุค “ทัชสกรีน” (Touch screen) หน้าจอของรถ iX3 ก็ทำการเอียงเข้าหามือของคน นับว่าเป็นงานออกแบบที่ฉีกกรอบเอามากๆเช่นกัน

               เรียกได้ว่า ยังไม่ต้องไปถึงเรื่องสมรรถนะ เพราะแค่ไม่กี่เรื่องนี้ รถคันนี้ก็เรียกเสียงฮือฮา และกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน รอลุ้นกันเลยว่า “มหกรรมยานยนต์” หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป ปลายปีนี้ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ไทยแลนด์ จะนำมันเข้ามาให้คนไทยได้เห็นหน้าค่าตากันได้ทันหรือไม่ รอลุ้นเลยขอรับ!