มื่อวันที่ 13 ก.ย. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าในพื้นที่เขตพญาไท บริเวณปากซอยพหลโยธิน 13-15 พื้นที่เขตจตุจักร บริเวณตลาดพระ อ.ต.ก. ถนนพหลโยธิน และพื้นที่เขตบางซื่อ บริเวณถนนกรุงเทพ-นนทบุรี จำนวน 3 จุด ได้แก่ บริเวณซอยบุญเหลือ หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาประชาราษฎร์ และหน้าตลาดบางซ่อน โดยมี นายศุภกฤต บุญขันธ์ รองปลักทม. นายสายชล จังสมยา ผอ.เขตพญาไท นายศักดิ์ชัย ศิริวรรณ ผอ.เขตบางซื่อ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ เขตพญาไท เขตจตุจักร เขตบางซื่อ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า จสกการลงพื้นที่ติดตามจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าในพื้นที่เขตพญาไท จุดแรกแผงพระหน้าวัดไผ่ตัน บริเวณปากซอยพหลโยธิน 13-15 มีผู้ค้า 120 ราย ตั้งวางแผงค้าให้เช่าพระเครื่องและวัตถุมงคล อยู่บนพื้นที่ทางเท้าตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานควาย จนถึงสะพานข้ามคลองบางซื่อ ในจุดนี้ได้รับการร้องเรียนถึงความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งไม่ได้อยู่ในพื้นที่ทำการค้าที่เขตกำหนดไว้

ที่ผ่านมาเขตพญาไท ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้ารับทราบถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า พร้อมทั้งติดประกาศ ห้ามมิให้ทำการค้าในที่สาธารณะ โดยให้ผู้ค้าออกจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวภายในวันที่ 31 ส.ค.68 รวมถึงจัดหาสถานที่รองรับผู้ค้าบริเวณตลาดพระ อ.ต.ก. เขตจตุจักร และด้านหน้าอาคารพื้นที่เอกชนฝั่งเขตพญาไทและเขตจตุจักร

นอกจากนี้ เขตพญาไทได้ประสานสำนักเทศกิจและตำรวจ สน.บางซื่อ จัดเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังบริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานควาย ถึงสะพานข้ามคลองบางซื่อ เพื่อกวดขันไม่ให้ผู้ค้าลักลอบกลับเข้ามาตั้งแผงค้าในบริเวณดังกล่าว

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า จุดต่อมาติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าตลาดพระ อ.ต.ก. ถนนพหลโยธิน ตั้งแต่ริมคลองบางซื่อ จนถึงแยกไฟแดง อ.ต.ก. ตรงจุดนี้เดิมมีผู้ค้ารวมทั้งสิ้น 22 ราย อยู่ริมคลองบางซื่อ 10 ราย ตั้งวางแผงค้าให้เช่าพระเครื่องและวัตถุมงคล และอยู่ในแนวอาคาร 12 ราย จำหน่ายสินค้ามือ 2 ของโบราณ ของสะสม หนังสือเก่า เสื้อผ้า รองเท้า

โดยจะทำการค้าในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ช่วงเวลา 06.00-17.00 น. ที่ผ่านมาเขตจตุจักรได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้าที่อยู่ริมคลองบางซื่อ 10 ราย ย้ายเข้ามาทำการค้าในบริเวณตลาดพระ อ.ต.ก. ส่วนผู้ค้าที่ทำการค้าอยู่ในอาคารพื้นที่ของเอกชน ขอความร่วมมือไม่ให้ตั้งวางสินค้ารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทางเท้า

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวต่อไปว่า จุดสุดท้าย ติดตามจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าในพื้นที่เขตบางซื่อ บริเวณถนนกรุงเทพ-นนทบุรี จำนวน 3 จุด จุดแรกบริเวณซอยบุญเหลือ มีผู้ค้า 17 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 07.00-22.00 น. ผู้ค้าจะตั้งวางแผงค้าจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน ผลไม้ตามฤดูกาล พวงมาลัย ดอกไม้สด ซึ่งเขตบางซื่อได้จัดทำคิวอาร์โค้ดติดตามแผงค้า เพื่อแสดงตัวตนผู้ค้าทุกราย พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ค้าให้จัดเก็บอุปกรณ์ทำการค้าและทำความสะอาดพื้นที่หลังเลิกทำการค้าในแต่ละวัน

จุดต่อมาตั้งแต่หน้าสำนักงานสรรพากรพื้นที่ ถึงหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาประชาราษฎร์ ผู้ค้า 28 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-22.00 น. จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน อาทิ ข้าวเหนียวหมูทอด กล้วยแขก กาแฟโบราณ จากการลงพื้นที่พบว่าในจุดนี้ผู้ค้าจะตั้งวางแผงค้ากระจัดกระจายกัน โดยให้เขตฯ พิจารณาหาแนวทางจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าใหม่ เชิญผู้ค้ามาประชุมสร้างความเข้าใจ กำหนดจุดทำการค้าให้ชัดเจน เพื่อจัดระเบียบในการตั้งวางแผงค้า โดยให้ผู้ค้ามารวมกลุ่มทำการค้าอยู่ในจุดเดียวกัน

จุดสุดท้ายหน้าตลาดบางซ่อน ผู้ค้า 29 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-11.00 น. และ 15.00-22.00 น. ผู้ค้าจะนำรถเข็นมาจอดทำการค้าบนพื้นที่ทางเท้า จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน อาทิ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวเหนียวหมูปิ้ง กล้วยปิ้ง ผักสด และผลไม้ตามฤดูกาล ในจุดนี้พื้นที่ทางเท้าจะคับแคบ เนื่องจากด้านหน้าอาคารมีร้านค้าตั้งวางขายสินค้าอยู่หน้าร้าน ซึ่งเมื่อประชาชนหยุดแวะซื้อสินค้า จะทำให้เดินสวนกันลำบาก เขตบางซื่อจึงพิจารณาจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าใหม่ โดยอาจจะลดขนาดของแผงค้าให้เล็กลง หรือย้ายผู้ค้าให้เข้าทำการค้าในตลาดบางซ่อน

“การจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า จะเป็นการพัฒนาพื้นที่บริเวณนั้น ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมีความสะอาดมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ผู้ค้าในแต่ละพื้นที่ซึ่งทำการค้ามานานแล้ว ควรมีการปรับปรุงแผงค้าให้ดีขึ้น รวมถึงปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้าปี 67 ที่มีการปรับปรุงขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หากพื้นที่ทำการค้าใดผ่านเกณฑ์ จะพิจารณาเป็นพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน หากพื้นที่ใดมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว จะส่งเสริมให้เป็นตลาดชุมชน เพื่อรองรับวิถีชีวิตและเศรษฐกิจในพื้นที่ สุดท้ายแล้วผู้ค้าและประชาชนยังคงใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทางเท้าร่วมกันได้อย่างสะดวกและปลอดภัย” รองผู้ว่าฯกทม.กล่าว