สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ว่านายอีวาน กิล รมว.การต่างประเทศเวเนซุเอลา กล่าวว่า เรือพิฆาต “ยูเอสเอส เจสัน ดันแฮม” ของสหรัฐ “ปฏิบัติการที่ผิดกฎหมายและยั่วยุโดยตรง” ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ติดอาวุธครบมือ 18 นาย ขึ้นมาบนเรือประมงขนาดเล็กของเวเนซุเอลา ซึ่งกำลังลอยลำอยู่ในน่านน้ำที่ถือเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (อีอีซี) ของเวเนซุเอลา


กิลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของสหรัฐ “กำลังพยายามสร้างเหตุการณ์” เพื่อใช้เป็นความชอบธรรมในการทำสงครามยกระดับในภูมิภาคแคริบเบียน โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของรัฐบาลการากัส เวเนซุเอลาขอเรียกร้องไปยังสหรัฐ ให้ยุติการกระทำเหล่านี้ในทันที เนื่องจากเป็นอันตรายต่อความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาคทะเลแคริบเบียน


ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐซึ่งตึงเครียดกันอยู่แล้ว ยิ่งทวีความรุนแรง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศรางวัลนำจับ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,586.97 ล้านบาท) กับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา โดยให้เหตุผลว่า อีกฝ่าย “เป็นหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติด”


ขณะที่เมื่อต้นเดือนนี้ กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีเรือโดยสารลำหนึ่ง ซึ่งยืนยันว่า เดินทางมาจากเวเนซุเอลา ระหว่างตรวจพบในทะเลแคริบเบียน สังหารผู้ที่อยู่บนเรือทั้ง 11 ราย ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า เรือลำดังกล่าวบรรทุกยาเสพติด และผู้ที่อยู่บนเรือคือสมาชิกแก๊ง “เตรน เดอ อารากัว” ที่สหรัฐถือเป็น “องค์กรก่อการร้าย” แต่รัฐบาลการากัสยืนกรานปฏิเสธ


หลังจากนั้น ทรัมป์แสดงความไม่พอใจ ที่กองทัพเวเนซุเอลาส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 จำนวน 2 ลำ บินวนเหนือเรือพิฆาตติดตั้งระบบขีปนาวุธนำวิถี “ยูเอสเอส เจสัน ดันแฮม” ที่กำลังแล่นอยู่บริเวณทางตอนใต้ของทะเลแคริบเบียน ในสัปดาห์นี้ ว่าหากเวเนซุเอลากระทำการอันตรายแบบนี้เอง เรือรบของสหรัฐจะยิงเครื่องบินของอีกฝ่ายให้ตก ทำให้มาดูโรออกมาเรียกร้องการเจรจา แต่ยืนยันพร้อมปกป้องอธิปไตยของเวเนซุเอลาเช่นกัน.

เครดิตภาพ : AFP