เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 15 ก.ย. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม ออกมาเปิดเผยภาพรวมภายหลังเยี่ยมญาติ นายทักษิณ ชินวัตร ว่า ตนได้เจอคุณพ่อแล้ว พบว่าคุณพ่อตัดผมสั้นแล้ว โดยวันนี้เป็นการเยี่ยมผ่านกระจก วันนี้ไม่ได้เจอตัว ไม่ได้สัมผัสคุณพ่อ แต่ก็ได้พูดคุยกัน มีการส่งกำลังใจให้คุณพ่อ ซึ่งคุณพ่อก็ได้เล่าว่า มีผู้คุมเล่าให้ฟังว่ามีประชาชนที่มาให้กำลังใจคุณพ่อ มาทานก๋วยเตี๋ยวแถวนี้ บอกว่าทานพร้อมท่าน ท่านก็ฝากขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา ก็ได้รับข่าวสารมีผู้มาเล่าให้ฟัง นอกจากนี้ ในเรื่องของความเครียดหรือความวิตกกังวลนั้น สุขภาพจะมีเรื่องความดัน คงจะจะมีเรื่องความเครียดบ้าง โดยมีความดันขึ้น ๆ ลง ๆ แต่คุณพ่อก็จิตใจเข้มแข็ง เข้มแข็งกว่าเราอีก คุณพ่อก็ให้กำลังใจเรา ส่วนสิ่งที่คุณพ่ออยากฝากบอกถึงคนข้างนอกที่คอยให้กำลังใจ คือ สุขภาพแข็งแรงดี อาจมีเรื่องของความดันบ้าง แน่นอนก็มีความเครียดเพราะต้องเข้าไปอยู่ เป็นเรื่องปกติที่จะมีความเครียดอยู่แล้ว ส่วนใหญ่คุณพ่อก็พูดเรื่องขอบคุณกำลังใจมากกว่า ขอบคุณทุกคนที่ส่งผ่านกำลังใจให้ และเวลาพวกเราเวลาไปที่ไหนก็มีคนให้กำลังใจ จึงขอขอบคุณมาก ๆ 

น.ส.แพทองธาร กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาหลาย ๆ ปี คุณพ่อคุณแม่ก็ได้เจอกัน แต่เป็นการไม่ได้เจอกันมา 17 ปี รอบนี้ก็มาเจอผ่านกระจก ชีวิตครอบครัวเราก็มีหลายรสชาติ ก็ให้กำลังใจกันไปในทุกเรื่องทุกหัวข้อ ซึ่งการได้เจอกันเมื่อสักครู่นี้ก็ประมาณ 30 นาที

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวออกมาว่าด้วยความที่นายทักษิณมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ อาจจะได้รับบทบาทให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานเรือนจำนั้น น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ตอนนี้เพิ่งผ่านการกักตัวมา 5 วัน ยังไม่มีอะไร เมื่อสักครู่นี้ก็ยังพูดอยู่ว่า เห็นมีผู้ต้องขังอื่น ๆ ที่อายุน้อย ก็บอกว่าจริง ๆ คุณพ่ออายุเยอะ อายุ 76 ปีแล้ว และมีประสบการณ์เยอะ ก็คงมีประสบการณ์ที่สามารถแชร์ได้ อาจจะไม่ใช่เรื่องของภาษาอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงมุมมองต่าง ๆ เพราะคุณพ่ออาจจะชอบเป็นอาจารย์ ชอบอ่านหนังสือ 

เมื่อถามถึงเรื่องการยื่นบริหารโทษเนื่องจากเป็นผู้ต้องขังสูงวัย และมีโรคประจำตัว ได้มีการยื่นหรือยังนั้น น.ส.แพทองธาร ระบุว่า เรื่องกฎหมายทั้งหมดจะให้ทนายความเป็นคนตอบคำถาม จะได้ถูกต้องตามระเบียบต่าง ๆ ส่วนกรณีการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ซึ่งพรรคเพื่อไทยชนะมานั้น ทางคุณพ่อบอกว่าดีใจด้วย และตนก็ได้คุยกับทางจังหวัดเชียงรายเรียบร้อยแล้ว ขอขอบคุณทุก ๆ กำลังใจ ทั้งนี้ คุณพ่อยังไม่ได้ขออะไรเป็นพิเศษ และแน่นอนว่าตนจะมาเยี่ยมคุณพ่อบ่อย ๆ ก่อนที่ทั้ง น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ยกมือไหว้ขอบคุณสื่อ ยุติการให้สัมภาษณ์และเดินทางกลับทันที อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การให้สัมภาษณ์ของบุตรสาวนายทักษิณครั้งนี้ ภายหลังการเข้าเยี่ยมนั้น คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ไม่ได้ลงมายืนให้สื่อบันทึกภาพด้วย

ด้าน ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ทางเรือนจำ โดยผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม ได้อนุญาตให้ทนายความญาติเข้าเยี่ยม หลังจากที่มีการกักโรค 5 วัน วันนี้ถือเป็นวันแรก ซึ่งท่านได้ถูกคุมขังมาแล้วทั้งหมด 7 วัน ดังนั้น การดำเนินการอะไรต่าง ๆ ที่เป็นพิเศษ ยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน ก็เป็นผู้ต้องขังที่ปกติเหมือนทุกคน ไม่มีสิทธิพิเศษอะไร และตอนนี้ท่านอยู่ในแดนพยาบาล ในส่วนของผู้สูงอายุ เนื่องจากท่านมีโรคประจำตัว ส่วนสุขภาพอาการในตอนนี้ เท่าที่เห็นนั้น เรื่องความดันความเครียดเคยมี ท่านพยายามดูแลตัวเองให้ความดันลดลง ก่อนหน้านี้ที่เป็นข่าวก็เป็นเรื่องจริง อย่างที่บอกท่านมีโรคประจำตัว คนอื่นจะไม่เชื่อก็เรื่องของท่าน แต่ความจริงคือท่านมีโรคประจำตัว ส่วนความดันความเครียดเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ และโรคประจำตัวที่เกิดขึ้น ก็พยายามควบคุมไม่ให้มีอาการกำเริบขึ้นมา จำนวนโรคว่าตอนนี้มีกี่โรคนั้น ตนขอไม่พูดถึงเรื่องโรคอีกต่อไป เพราะโรคท่านมีแน่นอน และเราพูดไปบ่อยแล้วแต่ก่อนมีการไต่สวนบังคับโทษ 

เมื่อถามว่าการยื่นขอคุมขังนอกเรือนจำมีกระบวนการอย่างไรบ้างนั้น ทนายวิญญัติ ระบุว่า การขอคุมขังนอกเรือนจำคงยังไม่ถึงเวลา และคิดว่าเป็นเรื่องของกรมราชทัณฑ์ที่จะเป็นผู้พิจารณา เรายังไม่ทันทำอยู่แล้ว เนื่องจากการคุมขังต้องมีระยะเวลาที่เกิดขึ้นตามมาตรฐานขั้นต่ำก่อน คือต้องมีระยะเวลาที่เกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์ จึงจะมีการพิจารณาได้ เรื่องความปลอดภัยที่นายทักษิณจะต้องเข้าไปใช้ชีวิตร่วมกับผู้ต้องขังรายอื่นนั้น เรื่องของความปลอดภัยเป็นเรื่องหลักอยู่แล้ว โดยที่ผู้ต้องขังไม่ต้องร้องขอ เป็นเรื่องที่เรือนจำและผู้บัญชาการเรือนจำจะคำนึงถึงความปลอดภัยของท่าน เนื่องจากเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นเหมือนนักการเมือง เพราะธรรมดาบ้านเราสังคมไทยมีความเห็นต่าง ความปลอดภัยในการป้องกันเรื่องสวัสดิภาพและชีวิตของท่านจึงมีแน่นอน แต่การคุมขังของท่านไม่ได้มีความพิเศษหรือห้องแยกอะไรที่จะกันไว้สำหรับท่านเพียงผู้เดียว ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่เป็นไปตามระเบียบทุกอย่าง เห็นด้วยตา การเยี่ยมก็เยี่ยมตามระเบียบ เพราะในอดีตที่ตนเคยมาเยี่ยมผู้ต้องขัง ก็มีทั้งห้องเยี่ยมผู้ต้องขัง ห้องทนายความ ห้องพนักงานสอบสวน ก็เป็นไปตามนั้น แต่ก็ต้องเป็นการคุยผ่านกระจก ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวถึงการเตรียมปรับสถานที่พื้นที่ของสิ่งปลูกสร้างใหม่เพื่อรองรับนายทักษิณนั้น ทนายวิญญัติ ระบุว่า ส่วนนี้ต้องถามทางเรือนจำเอง เพราะว่าตนไม่ได้เข้าไปจนถึงเรือนนอน ตนตอบอะไรไม่ได้ แล้วตนก็ไม่เคยเห็นด้วย แต่ตนยืนยันได้ว่าในชีวิตที่ตนเป็นทนายความ เคยเยี่ยมแบบไหนก็เยี่ยมแบบนั้น ต่อข้อถามว่าด้านในที่ทนายความได้เข้าไปเยี่ยมนายทักษิณ พบหรือไม่ว่านายทักษิณอยู่ร่วมกับผู้ต้องขังสูงวัยรายอื่น ทนายวิญญัติ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ทราบว่ามีหลายคน ก็อยู่ในกลุ่มของโซนผู้สูงวัย 

และเมื่อถามว่ามีการรายงานถึง การมีอดีตนายตำรวจ 2 ราย ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ต้องขังประพฤติดีคอยเป็นบัดดี้ดูแลช่วยเหลือนายทักษิณระหว่างคุมขังนั้น ทนายวิญญัติ กล่าวว่า รายงานจากไหน ตนไม่ทราบเหมือนกัน และเมื่อถามว่านายทักษิณได้เล่าให้ฟังหรือไม่ว่ามีบัดดี้คอยดูแล ทนายวิญญัติ ตอบว่า การคุยกันเราคุยแต่เรื่องงาน คุยแต่เรื่องสารทุกข์สุกดิบ แล้ววันนี้ตนก็แจ้งให้ท่านทราบว่าวันนี้มีพี่น้องคนเสื้อแดงได้มาให้กำลังใจท่านที่หน้าเรือนจำ ท่านก็บอกว่าขอบคุณมาก ท่านก็ยังถามว่ามาทุกวันเลยเหรอ ตนก็ตอบว่า พี่น้องเสื้อแดงให้กำลังใจทุกวัน โดยเฉพาะทราบว่าในวันเสาร์จะมีการจัดกิจกรรมทานข้าวกับท่าน ตนก็เรียนให้ท่านทราบ ท่านก็ดีใจ และฝากขอบคุณ

เมื่อถามว่าขณะนี้นายทักษิณต้องอยู่ในเรือนจำ 1 ปี เรื่องการจัดการทรัพย์สินจะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะมันมีกระแสว่ามีการยึดทรัพย์สินจากทางกัมพูชา ทนายวิญญัติ ตอบว่า ตนไม่ก้าวล่วง แต่เรื่องคนที่ไปปล่อยข่าวเรื่องยึดทรัพย์สินที่กัมพูชา ตนจะฟ้องแน่นอน มันเป็นเรื่องเท็จ ตนอยากให้ใจเย็น ไม่ต้องกลัวว่าผมจะไม่ฟ้อง มันเป็นเรื่องเท็จ และเป็นเรื่องที่นายทักษิณไม่ได้กังวลอะไร ส่วนเรื่องทรัพย์สินก็เป็นเรื่องของครอบครัวท่าน ตนไม่ก้าวล่วง 

เมื่อถามว่าหากนายทักษิณได้รับโทษจำคุกจนถึงระยะเวลา 6 เดือน จะได้เข้าเกณฑ์โครงการพักการลงโทษ เรื่องนี้ทางทนายความได้คุยหารือกับนายทักษิณหรือไม่ ทนายวิญญัติ กล่าวว่า เรื่องเกณฑ์ต่าง ๆ ตนขอตอบว่า เรื่องเกณฑ์ทนายความทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ ทนายความต้องถือตามวันเวลาที่คุมขังและเกณฑ์ของเรือนจำเป็นผู้พิจารณา ดังนั้น เราจะไปขอก็ขอไม่ได้ถ้าเกณฑ์ไม่ถึง ฉะนั้น เรือนจำจะเป็นผู้พิจารณาเอง อย่างที่ผู้สื่อข่าวถามตน ตนขออนุญาตไม่ตอบว่าจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ ก็ต้องดู เพราะวันนี้เพิ่งเป็นวันที่ 7 เรามาให้กำลังใจท่าน และหากมองตามเกณฑ์มันต้องระยะเวลาเท่าใด ตนก็ยืนยันว่าไม่ขอตอบ พร้อมย้ำว่า ถ้าตนไม่ติดภารกิจใด ตนจะพยายามมาเยี่ยมท่านทักษิณทุกวัน 

เมื่อถามในเรื่องของความปลอดภัย ทางทนายความหรือครอบครัวได้มีการขอความร่วมมือไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เรื่องการดูแลนายทักษิณ ขณะที่ถูกต้องขังในเรือนจำหรือไม่ ทนายวิญญัติ เผยว่า เอาให้ชัดเจนเลยว่า ครอบครัวของท่านไม่ได้ขออะไรเป็นพิเศษ ขอใช้สิทธิในการมาเยี่ยมท่านก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้ว และท่านก็ไม่ได้เรียกร้องขออะไรเกินกว่าผู้ต้องขังอื่นทั่วไปที่จะได้สิทธิ ดังนั้น ข่าวที่ออกไป ที่มีการพูดกันสารพัดล้วนแต่เป็นเรื่องของมโน ตนไม่อยากว่าคนเหล่านั้น แต่เมื่อท่านใช้ปากพูดก็พูดไปเถอะ แต่ก็ต้องรับผิดชอบตัวเองด้วย ตอนนี้ขออย่างเดียว เราขอให้ท่านมีสุขภาพดี และท่านได้ออกมาตามที่ท่านได้รับโทษอย่างที่ยอมรับ และพวกเราพร้อมที่จะยอมรับร่วมกัน ท่านเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีคุณูปการมากมาย เราขอให้ทุกท่านคิดถึงสิ่งที่ท่านทำมา ทุกท่านไม่ต้องคิดตามก็ได้ แต่ตนพูดตามปกติว่าท่านเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านก็ต้องอยู่แบบที่ต้องมีความปลอดภัยแค่นั้นเอง เรื่องความปลอดภัยไม่มีอะไรพิเศษมากไปกว่านั้น แต่การดูแลให้ท่านมีความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ต้องดูแล

ทนายวิญญัติ เผยอีกว่า ในเรื่องของการเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมือง เรื่องนี้ทุกลมหายใจของท่าน ท่านเป็นห่วงอยู่แล้ว ท่านเป็นแบบนั้น แม้ท่านอยู่ข้างใน ตนเชื่อว่าท่านก็ยังถามเรื่องบ้านเมืองอยู่ ตามที่ท่านได้คุยกับครอบครัวของท่าน แต่จะคุยอะไรบ้าง ตนตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้ฟัง และย้ำว่าการที่ท่านจะได้เป็นผู้ช่วยของเรือนจำก็ยังไม่มีอะไร เป็นไปตามที่ น.ส.แพทองธาร ได้ตอบไป ก่อนที่ทนายวิญญัติ จะยกมือไหว้ขอบคุณสื่อและขอตัวเดินทางกลับ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า การเยี่ยมญาตินายทักษิณ จะเกิดขึ้นสองครั้งต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะในวันพุธและวันศุกร์ ส่วนทนายความสามารถเข้าเยี่ยมได้ทุกวัน.