เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 15 ก.ย. ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ร่วมกับประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่า วันนี้ตนมาแนะนําตัวเองกับประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสิ่งที่เป็นความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการแห่งประเทศไทย ในเรื่องปัญหาและข้อกังวล ที่จะให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา ทั้งเรื่องศักยภาพการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมประเทศไทย การรับมือการค้าที่มีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น เรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา การทําให้ความเข้มแข็งของกลุ่มประเทศอาเซียน สามารถที่จะทําให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
เมื่อถามว่า ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นอุปสรรคต่อภาคอุตสาหกรรมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็มีบ้าง แต่ก็ได้ชี้แจงให้ทราบชัดเจนแล้ว ซึ่งเรื่องต่างๆ ขณะนี้ ยังไม่มีการดําเนินการอย่างแน่นอน เราต้องใช้วิธีการทางด้านการทหารและการทูตในเวลาเดียวกัน หลังจากที่รัฐบาลได้เข้ามาทํางานอย่างเป็นทางการแล้ว
เมื่อถามต่อว่า เรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าตอนนี้จะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า บ่ายเดียวกันวันนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รมว.คลัง จะหารือกับทางสภาอุตสาหกรรมฯ ในรายละเอียด เมื่อถามต่อว่า มีการตรวจสอบกระแสการส่งออกทองคําไปยังต่างประเทศแล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รับทราบแล้ว และให้ส่วนที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบแล้ว ถ้ามีสิ่งอะไรที่ผิดปกติ ก็จะมีการตามกฎหมายต่อไป
เมื่อถามอีกว่า จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า หลังไมค์ก็มีการเตรียมพร้อม เมื่อเราเข้าไปบริหารราชการแผ่นดินตามเวลาที่กําหนด ก็จะดําเนินการ
เมื่อถามย้ำว่าประชาชนคาดหวังกับนโยบายคนละครึ่ง จะสามารถเปิดกระเป๋ารอได้เลยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “รอได้ครับ เดี๋ยวใน รายละเอียดจะให้ รมว.คลัง ชี้แจงกับประชาชน ในแผนที่เราได้วางเอาไว้ การดําเนินการเมื่อเราเข้ามาบริหารอย่างเต็มตัว ว่าจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อให้นโยบายนี้ดำเนินการได้เร็วที่สุด”
เมื่อถามต่อว่า คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ขอให้นายกฯ ชะลอโครงการแลนด์บริดจ์ไปก่อน นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวจะเข้าไปฟังทุกฝ่ายอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าระยะเวลา 4 เดือน โครงการแลนด์บริดจ์จะสําเร็จหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า โครงการนี้จะไปดูในมิติของการลงทุน ว่าคุ้มค่าอย่างเดียวหรือไม่ มันไม่พอ แต่ต้องดูไปถึงอนาคต และสิ่งที่ทําให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศ ต้องดูหลายมิติร่วมกัน เราอยู่ในภูมิรัฐศาสตร์ที่ได้เปรียบอยู่แล้ว เราต้องใช้ความได้เปรียบตรงนี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศของเรา เราอยู่ตรงกลางเป็นไข่แดงของอาเซียน เราก็มีโอกาสมากมายที่จะใช้ข้อได้เปรียบนี้ ขยายตัวทางเศรษฐกิจ และมิติอื่น ๆ ได้อย่างมากมาย.



