เติบโตอย่างมีคุณภาพของแท้ สำหรับทายาทสุดหล่อ “น้องเน็ต-เนตต์ เขมะโยธิน” บัณฑิตป้ายแดงหลักสูตร ศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขานวัตกรรมบูรณาการ (BAScii) จากรั้วจุฬาฯ ลูกชายสุดหล่อของทายาทคนบันเทิง “คุณแม่กวาง กมลชนก” กับ “คุณพ่อน็อต-นุติ” ที่กลายเป็นไวรัลดังลูกชายหล่อบอกต่อ ดีเอ็นเอชั้นเลิศของวงการบันเทิงไทย ล่าสุดยอมออกสื่อครั้งแรก เปิดอกเปิดใจในรายการ “โต๊ะหนูแหม่ม” ช่องเวิร์คพอยท์หมายเลข23 กับประเด็นฮอตพร้อมเข้าวงการตามรอยพ่อ-แม่หรือยัง

กวาง เผยว่า “เรื่องลูกกลายเป็นไวรัลฮือฮาลูกสาว-ลูกชายหน้าตาดีมาก จริงๆไม่ได้ห้ามให้ออกสื่อนะคะ แต่ว่าพอรายการติดต่อมาคนนั้นติด คนนี้ติดกว่าจะเห็นภาพครบ4คน มันยากมาก นอกจากงานที่ล็อคเอาไว้ล่วงหน้า จริงๆก็ออกสื่อกันบ้างแต่ว่าไม่ค่อยครบ4 คน ส่วนภาพรับปริญญาคนพูดถึงเยอะมาก ลูกชายเริ่มมีแฟนคลับก็ตกใจเหมือนกัน เขามีแฟนคลับแล้วนะคะ วันนึงก็มีแฟนคลับตามไปด้วย ก็ยังงงกันอยู่ว่าแฟนคลับเน็ตมีด้วยหรอ จะบอกว่าเป็นครั้งแรกที่น้องเน็ตออกทีวีแล้วพูด เมื่อก่อนเขาเคยไปออกรายการกับกวางกับพี่น็อต ตอนที่เขาเด็กๆเค้าก็จะจับไมค์เล่นตลอดเวลา เขาไม่ยอมคุยเวลามีใครติดต่อเข้ามาก็เลยปฏิเสธตลอดเลย กลัวลูกไปทำให้รายการเขาเสียเวลา วันนี้เป็นรายการแรกจริงๆ”

“เน็ตชอบทำเพลงจริงจังค่ะ เราเคยอยากรู้ว่าลูกเราชอบจริงๆหรือเปล่า แบบไม่บังคับนะคะ เราไม่เคยบังคับให้ลูกเข้าวงการบันเทิงเลย ไม่ได้ผลักดันเลย แต่เราสังเกตว่าเวลาเราไปโชว์ตัวแล้วมีคนบอกว่าให้ลูกขึ้นไปร้อง ลูกก็ขึ้นไปร้อง ปกติอยู่เฉยๆจะไม่พูดอะไรเท่าไร แต่พอมีไมค์แล้วเขาพูด แล้วก็เอนเตอร์เทนได้ร้องได้ เราก็เลยคิดว่างั้นก็ไปเติมร้องเพลงให้มันเก่งๆกว่านี้ ปกติที่บ้านเขาก็ร้องบ่อยค่ะ อยู่ที่บ้านจะชอบเล่นร้องเพลงกัน พี่น็อตจะเล่นกีตาร์ ทุกคนเล่นหมดเลย ตอนที่เขาไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ออสเตรเลีย กวางกับพี่น็อตก็งงเขาส่งคลิปกลับมา เคยขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีเฉยเลย คนเดียวด้วย เราก็คิดว่าพ่อแม่ไม่อยู่ เขาก็กล้า เขาก็โชว์ได้แสดงว่าลูกชอบจริงๆ กวางก็แนะนำอะไรหลายๆอย่างให้เขา ถ้าเกิดชอบในวงการบันเทิงจะต้องเป็นยังไง เพราะว่าแม่ไม่อยากให้คนมองว่าเนตต์มาเข้าวงการเพราะว่าพ่อแม่ อยากให้เป็นความสามารถของเขาเอง ยิ่งเป็นเพราะเราพ่อแม่ทำงานในวงการแบบนี้มันเลยยิ่งเป็นกดดันเด็ก”

เน็ต เผยว่า “เรื่องมีแฟนคลับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็ไม่รู้เขามาจากไหน น่าจะติดตามมาจากโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็มาแสดงความยินดีเราด้วย ก็ขอบคุณมากๆครับ ผมเองก็มีความสนใจงานในวงการบันเทิงครับ ไม่ว่าจะเป็นงานแสดงหรือว่างานร้องเพลง ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองพร้อมมากกว่าแต่ก่อน ถ้ามีโอกาสก็อยากจะลองทำมันดู โดยเฉพาะเรื่องร้องเพลงรู้สึกว่าตัวเองชอบ แต่ว่างานแสดงไม่รู้ว่าตัวเองจะเล่นได้หรือเปล่า แต่คิดว่าลองได้ครับ ตอนนี้ทำเพลง อยู่ในช่วงฝึกฝนตัวเองอยู่ กำลังจะไปเรียนร้องเพลงกับคุณครูโรจน์ พยายามที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ ในอนาคตก็อยากมีเพลงเป็นของตัวเองครับ อยากจะเป็นแบบนั้นแต่ว่ายังไม่มีโอกาส คุณพ่อคุณแม่ก็บอกว่าต้องพัฒนาตัวเองให้เก่ง ต้องทำให้ตัวเองพร้อม ถ้ามีโอกาสเข้ามาเราจะได้ไม่เสียโอกาสในการทำสิ่งที่เราชอบ คุณพ่อก็มีสอนบ้าง แต่ที่คุณพ่อคุณแม่เป็นคนดังไม่กดดันครับ”