เมื่อวันที่ 19 ก.ย. นายจำรัส สวนจันทร์ ผอ.โครงการชลประทานศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตามที่ สถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ ได้รายงานสภาพอากาศประจำ วันที่ 19 ก.ย. 68 พบว่า มีร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเฉียงเหนือตอนล่าง จ.ศรีสะเกษ มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
โดยปัจจุบันที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหัวนา (เขื่อนหัวนา) อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ขณะนี้มีปริมาณน้ำเกินกว่าความจุเก็บกักแล้ว 130.27% ส่วนที่เขื่อนราษีไศล อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ขณะนี้มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ที่ 73.36%

ดังนั้น ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหัวนา (เขื่อนหัวนา) ซึ่งมีประตูระบายน้ำ 14 บาน จึงจะมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนหัวนา เพื่อให้เกิดความสมดุลกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น โดยจากเดิมเปิด 3 บานๆละ 1 เมตร และอีก 11 บานๆละ 2 เมตร คิดเป็นการระบายน้ำ 710.893 ลบ.ม/วินาที หรือ 61.421 ล้าน ลบ.ม./วัน โดยจะดำเนินการปรับเพิ่มการระบายน้ำ เป็นเปิด 5 บานๆละ 3 เมตร และอีก 9 บานๆละ 2 เมตร ในวันที่ 19 ก.ย. 2568 เวลา 12.00 น.
ส่วนในวันที่ 20 ก.ย. 2568 เวลา 12.00 น. จะดำเนินการปรับเพิ่มการระบายน้ำ เป็นเปิด 10 บานๆละ 3 เมตร และอีก 4 บานๆละ 2 เมตร จากนั้นในวันที่ 21 ก.ย. 2568 เวลา 12.00 น. จะดำเนินการปรับเพิ่มการระบายน้ำ เป็นเปิดประตูน้ำทั้งหมด 14 บานๆละ 3 เมตร

ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 16 แห่ง ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ขณะนี้พบว่า มีอ่างเก็บน้ำ ที่มีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกัก 100% แล้ว จำนวน 10 แห่ง คือ อ่างฯห้วยสำราญ ,อ่างฯห้วยติ๊กชู ,อ่างฯห้วยโอตาลัต ,อ่างฯหนองสอางค์ ,อ่างฯห้วยซัน ,อ่างฯห้วยตาจู ,อ่างฯห้วยทา ,อ่างฯห้วยตะแบง ,อ่างฯห้วยด่านไอ และอ่างฯห้วยขนุน ส่วนอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเก็บกักเกินกว่า 80% ขณะนี้มีจำนวน 5 แห่ง ส่วนอีก 2 แห่ง คือ อ่างฯห้วยคล้า และอ่างฯห้วยน้ำเค็ม มีปริมาณน้ำเก็บกักต่ำกว่า 80%
ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังด้านท้ายอ่างฯเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกัก 100% ได้แก่ อ.ขุขันธ์ ,อ.ปรางค์กู่ ,อ.ไพรบึง และอ.กันทรลักษ์ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่สูง และมีฝนตกชุก ทำให้มวลดินมีความชุ่มชื้นสูง อาจทำให้มีน้ำท่วมฉับพลันได้
รวมถึงลุ่มน้ำมูล ,ลำห้วยสำราญ ,ลำห้วยขะยุง และลำห้วยทับทัน ยังคงเพิ่มระดับ ทั้งนี้เนื่องจากปีนี้ ปริมาณน้ำฝนสะสมต่ำสุดในรอบ 10 ปี จึงคาดการณ์ว่าฤดูฝน อาจถึงช่วงเดือน ต.ค. – พ.ย. นี้ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.



