เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 20 ก.ย. ที่ จ.อ่างทอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยว่า ภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ในวันที่ 24 ก.ย. ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เพราะเป็นวันมหามงคลด้วย คือเป็นวันมหิดลด้วย พวกเราก็รู้สึกดีใจ หลังจากเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้ว ตนได้นัด ครม. ไว้เบื้องต้น กลับมาก็จะมีการประชุม ครม. นัดแรก ไม่ใช่นัดพิเศษหรืออะไร เป็นการประชุมนัดแรก เพราะเราจะได้แบ่งงานว่า รองนายกรัฐมนตรีท่านไหนรับผิดชอบอะไร จะมีการเสนอแต่งตั้งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะได้เป็นผู้ประสานงานและทำงานได้ทันที และหลังจากนั้น จะได้มีการนัดประธานรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายของ ครม. ต่อรัฐสภา ซึ่งเราตั้งใจให้เร็วที่สุด ก็ขึ้นอยู่กับความกรุณาของท่านประธานที่จะนัดสมาชิกทั้ง 2 สภา
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านพุ่งเป้าที่จะอภิปรายคุณสมบัติรัฐมนตรีมากกว่าการอภิปรายเรื่องของนโยบายรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ก่อนที่เราจะนำรายชื่อ ครม. เสนอ เราต้องตรวจสอบแล้ว และการตรวจสอบก็เป็นการตรวจสอบโดยหน่วยงาน ไม่ใช่ตรวจสอบเอง มีหน่วยงานทุกหน่วยงานที่ตรวจสอบตามขั้นตอนที่ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ดำเนินการมาโดยตลอด และมีการเรียกประชุมหน่วยงานทั้ง 7 หน่วยงาน รวมไปถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และมาไล่ดูกัน ก็ไม่มีคนไหนที่มีปัญหา ถ้ามีปัญหาคุณสมบัติก็ต้องถูกคัดชื่อออกไป ซึ่งก็มีคนที่ถูกคัดชื่อออกไป
เมื่อถามต่อว่า ที่บอกว่า 4 เดือนจะยุบสภาแน่นอน ตั้งเป้าที่จะกลับมาในการเลือกตั้งข้างหน้ามีความมั่นใจแค่ไหน นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่อยากให้ไปพูด หรือให้นักวิเคราะห์ทั้งหลายไปพูดว่า เดี๋ยว 4 เดือน ก็จะหาเรื่องหาเหตุจะไม่ยุบสภา ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อตกลงที่ลงนาม ใช้คำว่า MOA ก็ไม่ได้ มันคือข้อตกลง ไม่ใช่บันทึกข้อตกลง แต่นี่มันคือข้อตกลงเหมือนกับสัญญาที่มีอยู่ 5 ข้อ และเราก็ต้องปฏิบัติ และเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย รวมถึงเรื่องการไม่สร้างเสียงข้างมากด้วย
“ผมจะไปกินข้าวกับใครเรื่องของผม แต่ผมไม่ได้ไปสร้างเสียงข้างมาก อย่าไปวิเคราะห์อะไรแล้วทำให้เกิดความกังวลหรือไม่สบายใจของคนที่มาร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงของเรา ทุกข้อทุกประเด็นจะได้รับการปฏิบัติ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พูดเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมาแล้วว่า ไม่มีวันที่ 121 ซึ่งนายอนุทิน ก็ยืนยันว่าไม่มีวันที่ 121” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามอีกว่าการเดินสายพบกับนักการเมืองต่างๆ เพื่อสร้างสัมพันธ์ในการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกพรรคก็ต้องไปเลือกตั้ง ส่วนภาคการเมืองก็จะต้องไปดำเนินการทางการเมือง เพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง ถ้าเราบอกว่าอีก 4 เดือนยุบสภา เราก็ต้องเตรียมตัวเลือกตั้ง ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ซึ่งพรรคภูมิใจไทยทำมา 2 เดือนแล้ว
เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้คนมองข้ามชอต ไม่ใช่แค่ 4 เดือนแล้ว แต่มองไปถึงว่า นายอนุทินมีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ๆ อย่าเพิ่งไปคิดตรงนั้น เราทำทุกวันให้ดีที่สุด เรื่องการเลือกตั้งก็เป็นเรื่องของการเลือกตั้ง อยู่ที่นโยบาย ตอนนี้ก็หนักขึ้นมาหน่อยว่าวันนี้พรรคภูมิใจไทยกลับเข้ามาเป็นรัฐบาล และหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย ก็มีโจทย์หนักขึ้นมา ต้องทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดด้วย ไม่อย่างนั้นประชาชนก็อาจจะไม่เลือก ถ้าเขาไม่พอใจ ก็ต้องทำทุกอย่างให้ประชาชนพอใจ
เมื่อถามด้วยว่า มีการมองกันว่า พรรคภูมิใจไทยขยายใหญ่ขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปพูดอะไร อย่าเพิ่งไปทำนายอนาคต คนที่จะกำหนดได้คือตัวพวกตนนี่แหละ ก็คือต้องขยาย อย่างที่บอกว่าก็ต้องทำงานแบบไม่มีวันหยุด ซึ่งก็ไม่มีวันหยุดจริงๆ
เมื่อถามย้ำว่า มีการจับตาว่าพรรคภูมิใจไทยจะใหญ่ขึ้น นายอนุทิน พยักหน้าและยิ้ม ก่อนกล่าวว่า เขาให้พูดแค่นี้.



