เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 22 ก.ย. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ภายหลังจากเมื่อเวลา 10.50 น. ที่ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ชินวัตร และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ ปอ บุตรเขย พร้อมด้วย นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในแดนพยาบาล เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่ทางครอบครัวมาเข้าเยี่ยม

เมื่อ น.ส.พินทองทา และนายปิฎก เข้าเยี่ยมเสร็จสิ้นและเดินทางออกมาด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงยืนรอให้กำลังใจ พร้อมส่งเสียง “คุณเอม สู้ๆ เป็นกำลังใจ” ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม น.ส.พินทองทา ถึงอาการป่วยของนายทักษิณ โดยเจ้าตัวระบุสั้น ๆ ว่า “เป็นห่วงอาการคุณพ่อ กำลังใจสำคัญ” ก่อนขึ้นรถยนต์ส่วนตัวเดินทางกลับออกไปจากพื้นที่

ขณะที่ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมว่า วันนี้เป็นวันแรกของสัปดาห์ เนื่องจากครั้งล่าสุดที่เข้าพบคือวันพฤหัสบดีที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา ตลอด 3 วัน ที่ไม่ได้พบท่าน มีความกังวลเรื่องสุขภาพ เพราะท่านมีโรคประจำตัว อย่างไรก็ดี ทราบว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการเลื่อนนัดพบแพทย์และนักจิตวิทยา ทราบว่าวันนี้แพทย์น่าจะเข้ามาตรวจร่างกาย เนื่องจากท่านมีอาการปวดระบบกระดูก กระดูกต้นคอและไขสันหลัง ซึ่งเป็นโรคที่มีอยู่ก่อนเข้าเรือนจำ ส่วนการเอกซเรย์ปอดก็เคยมีการตรวจแล้ว เนื่องจากท่านเคยมีปัญหาเกี่ยวกับอาการทางปอดจากโควิด-19 และยืนยันว่าข่าวลือที่ว่าท่านถูกส่งตัวไปที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่เป็นความจริง ท่านยังอยู่ในเรือนจำตลอดเวลา

เมื่อถามว่าอาการป่วยของนายทักษิณมากน้อยเพียงใด นายวิญญัติ ระบุว่า ตนขอใช้คำว่า “ยังมีอาการป่วยอยู่” เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการวิจารณ์ในทางที่สับสน ทั้งนี้ คาดว่านายทักษิณจะได้พบแพทย์ในเรือนจำ ภายหลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ

เมื่อถามถึงข่าวลือเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา นายวิญญัติ ย้ำว่า ข่าวก็คือข่าว มีทั้งจริงและบิดเบือน แต่ยืนยันว่าท่านไม่ได้ออกไปข้างนอก ส่วนอาการเจ็บป่วย ท่านก็เหมือนร้องขอการรักษาไปแล้ว วันนี้เป็นวันทำการ แพทย์จึงสามารถเข้ามาตรวจได้ ส่วนอาการปวดนั้น ท่านมีอาการมาตั้งแต่ก่อนเข้าเรือนจำแล้ว แต่ท่านเป็นคนอดทน ไม่แสดงอาการออกมา

ทนายความของนายทักษิณยังกล่าวอีกว่า ขั้นตอนต่อไปคือทางเราจะต้องมีฐานข้อมูลให้กับแพทย์และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพิ่มเติม เพื่อยืนยันผลการตรวจและประวัติการเป็นโรคต่างๆ ที่เคยสงวนไว้ เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างถูกต้อง

ส่วนกรณีที่มีคนไปร้องอุทธรณ์เรื่องมาตรา 112 นายวิญญัติ ระบุว่า เรื่องคดีอยู่ในกระบวนการ ใครจะร้องอะไรก็เป็นสิทธิของท่าน ส่วนใหญ่คนที่ร้องก็เป็นฝ่ายตรงข้าม หรือเป็นคนที่ไม่ปรารถนาดี ซึ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐก็มีการดูแลอยู่แล้ว

สำหรับสภาพจิตใจ นายวิญญัติ กล่าวว่า หลังจากได้รับการเยี่ยมจากลูกสาวและลูกเขย ท่านก็มีความสุขมากขึ้น ใบหน้ายิ้มแย้มที่ได้รู้ว่ามีพี่น้องประชาชนส่งกำลังใจมาให้ ท่านก็ดีใจและฝากขอบคุณมาเช่นเดิม ทั้งนี้ ท่านเป็นคนอดทนและคิดบวก แม้จะมีอาการป่วยแต่ท่านก็ไม่แสดงอาการให้เห็น

เมื่อถามถึงการเข้าเยี่ยมครั้งต่อไป นายวิญญัติ กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบในส่วนที่ตนไม่ทราบ คนอื่นยังเยี่ยมไม่ได้ นอกจาก 10 รายชื่อ ส่วน น.ส.แพทองธาร ไม่ได้มาเข้าเยี่ยมในครั้งนี้ น่าจะติดภารกิจ อย่างไรก็ตาม คาดว่าเช้าวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ย. ครอบครัวน่าจะเดินทางมาเยี่ยมท่านเป็นครั้งที่ 4