แหล่งมรดกโลกอินซวี หรือซากเมืองโบราณอิน ตั้งอยู่ในนครอันหยาง มณฑลเหอหนาน เดิมเคยเป็นเมืองหลวงในสมัยปลายราชวงศ์ซาง (ราว 1600–1046 ปีก่อนคริสตกาล) การค้นพบซากอินซวีและจารึกอักษรบนกระดูกเสี่ยงทายเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ประวัติศาสตร์จีนที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ย้อนกลับไปได้นานกว่าที่เคยเชื่อเกือบ 1,000 ปี

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เคยกล่าวระหว่างเยือนอินซวีในปี 2022 ว่า การศึกษาอารยธรรมจีนผ่านแหล่งโบราณคดีแห่งนี้จะช่วยนำบทเรียนจากอดีตมาสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาประเทศยุคใหม่

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 อาคารหลังใหม่ของพิพิธภัณฑ์อินซวีเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ จัดแสดงโบราณวัตถุกว่า 4,000 ชิ้น เช่น เครื่องสำริด เครื่องปั้นดินเผา หยก และกระดูกเสี่ยงทาย ซึ่งกว่า 3 ใน 4 เป็นชิ้นที่จัดแสดงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก

แหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาวิวัฒนาการของอารยธรรมจีน โดยเฉพาะการค้นพบ อักษรจารึกกระดูกสัตว์ (เจี่ยกู่เหวิน) ซึ่งเป็นระบบอักษรจีนที่เก่าแก่ที่สุดในปัจจุบัน โดยมีการค้นพบกระดูกเสี่ยงทายแล้วกว่า 160,000 ชิ้น และสามารถถอดความได้ราว 1,500 ตัวอักษร จากทั้งหมดประมาณ 4,500 ตัวอักษรที่ไม่ซ้ำกัน

หลี่ เสี่ยวหยาง ผู้อำนวยการสำนักโบราณวัตถุอันหยาง อธิบายว่า รูปแบบการสร้างอักษรบนกระดูกสัตว์สะท้อนแนวคิดของบรรพชนจีนต่อธรรมชาติ มนุษย์ และสังคม อีกทั้งเป็นรากฐานที่ทำให้โครงสร้างตัวอักษรจีนยังคงสืบทอดต่อเนื่องยาวนานถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันมีการเร่งพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์และถอดความอักษรกระดูกสัตว์ โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอันหยางสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ที่เปิดให้เข้าถึงสาธารณะฟรี และยังพัฒนาแอปพลิเคชันให้ผู้คนเรียนรู้อักษรโบราณได้ทุกที่ทุกเวลา ช่วยปลุกกระแสความสนใจและขยายวงนักวิจัยรุ่นใหม่ในสาขานี้

อินซวีจึงไม่เพียงเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญ แต่ยังเป็นประตูสู่การเข้าใจรากฐานวัฒนธรรมจีนที่สืบเนื่องมายาวนาน