เมื่อวันที่ 25 ก.ย. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 25-26 ก.ย. จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ 

โดย ปภ. ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการให้พร้อมสนับสนุนจังหวัดในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับจังหวัดที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งปัจจุบัน มีจำนวน 14 จังหวัด ได้แก่ พะเยา พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุทธา ปทุมธานี นครปฐม และฉะเชิงเทรา ปภ.ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยสั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตระดมกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมเครื่องมือ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นรถปฏิบัติการ รถติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล เครื่องสูบน้ำขนาด 14 นิ้ว รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถสูบน้ำโมบายยูนิต และรถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่และอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย และยังคงสนับสนุนเครื่องจักรกลหนักสำหรับการฟื้นฟูและปรับสภาพพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 

ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชนด้านการดำรงชีพ ปภ.ได้สนับสนุนรถผลิตน้ำดื่ม รถโรงครัวประกอบอาหาร และรถสุขาเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน รวมถึงได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือประชาชน ทั้งการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และโรงครัวพระราชทาน เพื่อผลิตและแจกจ่ายอาหาร กว่า 1,040,336 กล่อง น้ำดื่ม 993,620 ขวด รวมถึงมอบถุงยังชีพ 176,050 ชุด