เมื่อวันที่ 26 ก.ย. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา คุณหมออารมณ์ดีเจ้าของเพจ “หมอเจด” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
ฝ่ามือบอกโรค เช็กเลย! เจอแบบนี้ เสี่ยงโรคอะไร? หลายคนคงเคยเห็นเวลาไปดูหมอดู เขาจะชอบดูเส้นลายมือเพื่อทำนายดวง แต่ในความจริงแล้ว “ฝ่ามือ” ของเราไม่ได้บอกแค่เรื่องโชคชะตาหรอกครับ มันยังสะท้อนสุขภาพได้ด้วย วันนี้ผมเลยอยากชวนทุกคนลองส่องมือตัวเองดู
ว่าเจอสัญญาณพวกนี้หรือเปล่า เพราะมันอาจเป็นตัวบอกว่าข้างในร่างกายเรากำลังมีอะไรผิดปกติอยู่
1. ฝ่ามือซีดผิดปกติ ลองยกมือขึ้นส่องไฟดูสิครับ ถ้าฝ่ามือไม่ค่อยมีสีชมพู ดูซีด ๆ แถมมักจะมีคนทักว่า “ทำไมดูหน้าซีดจัง” บวกกับมีอาการเหนื่อยง่าย เวียนหัวบ่อย ๆ อันนี้ให้นึกถึง “โลหิตจาง” ก่อนเลยครับ
เวลาเลือดเรามีน้อยกว่าปกติ หรือเม็ดเลือดแดงไม่แข็งแรงพอที่จะขนส่งออกซิเจนไปทั่วร่างกาย ก็เลยทำให้เราดูซีด อ่อนเพลีย คล้าย ๆ รถที่น้ำมันรั่ว เครื่องก็เลยเดินอืด สาเหตุที่พบบ่อยคือขาดธาตุเหล็ก กินอาหารไม่ครบ หรือมีเลือดออกเรื้อรังจากกระเพาะหรือลำไส้ ถ้าใครมีฝ่ามือซีดผิดปกติจริง ๆ อย่าปล่อยไว้ครับ ควรไปเจาะเลือดตรวจให้แน่ใจ
2.ฝ่ามือแดงเรื่อ เหมือนปัดแก้ม ถ้าสังเกตว่าฝ่ามือ โดยเฉพาะตรงโคนนิ้วโป้งกับนิ้วก้อยแดงผิดปกติ ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในที่ร้อนหรือเพิ่งออกกำลังกาย อันนี้เรียกว่า “palmar erythema” หรือภาษาหมอเรียกง่าย ๆ ว่า “มือแดงจากตับ”
มันเกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว ซึ่งเจอได้บ่อยในคนที่มีโรคตับเรื้อรัง เช่น ตับแข็ง หรือตับอักเสบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามือแดง = เป็นโรคเสมอไปนะครับ เพราะในบางคนอาจเกิดจากไทรอยด์ทำงานเกิน หญิงตั้งครรภ์ หรือโรคข้อบางชนิด เช่น รูมาตอยด์ ก็ทำให้มือแดงได้เหมือนกัน สรุปคือ ถ้ามือแดงแบบต่อเนื่อง แล้วยังมีอาการอื่นร่วม เช่น เหนื่อยง่าย ท้องโต ตาเหลือง ก็ควรตรวจเลือดเช็กตับไว้ก่อนครับ
3.ฝ่ามือเหงื่อออกเยอะเกินไป ใครที่เจอปัญหามือเปียกตลอดเวลา จนใช้ชีวิตลำบาก ไม่ว่าจะเขียนหนังสือจนกระดาษเลอะ จับเมาส์หรือมือถือแล้วลื่น หรือเวลาเจอใครก็ไม่กล้าจับมือ เพราะอายว่ามือเปียก ทั้งที่อากาศไม่ได้ร้อนและไม่ได้ออกแรงเลย นี่อาจเป็นภาวะที่เรียกว่า “เหงื่อออกมากที่ฝ่ามือ”
สาเหตุเพราะระบบประสาทที่ควบคุมต่อมเหงื่อทำงานเกินไป เหมือนเปิดพัดลมสปีดแรงสุดแล้วค้างไว้ตลอด ถึงอากาศเย็นเหงื่อก็ยังไหล แต่จริงๆ ภาวะนี้รักษาได้ครับ เริ่มจากยาทา เครื่องทำไอออนโตโฟเรซิส (ช่วยกดการทำงานของต่อมเหงื่อ) ไปจนถึงการฉีดโบทูลินัมท็อกซิน และในบางคนที่หนักจริง ๆ ยังมีวิธีผ่าตัดตัดเส้นประสาท (ETS) ให้เลือกด้วย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องทนให้เสียความมั่นใจครับ แต่การรักษาหรือการตรวจต้องปรึกษาหมอก่อนนะ
4.ฝ่ามือมีจุดแดงเล็ก ๆ หรือจ้ำเลือด บางครั้งลองสังเกตดู อาจเห็นว่ามีจุดแดงเล็ก ๆ คล้ายรอยเข็มจิ้ม หรือเป็นจ้ำเลือดขึ้นง่าย ๆ โดยไม่ได้ชนกระแทกแรง ๆ อันนี้เป็นสัญญาณที่ต้องระวังเรื่อง “เกล็ดเลือดต่ำ” หรือระบบห้ามเลือดมีปัญหา
เกล็ดเลือดเปรียบเหมือนกาวที่คอยอุดรอยรั่วตามเส้นเลือด เวลาเส้นเลือดแตกเล็ก ๆ เลือดจะหยุดเพราะเกล็ดเลือดเข้ามาอุด แต่ถ้าเกล็ดเลือดมีน้อย หรือทำงานไม่ดี เลือดก็จะซึมออกมาเป็นจุด ๆ ตามผิวหนังได้ง่าย ภาวะแบบนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อไวรัส ภูมิคุ้มกันทำลายเกล็ดเลือดเอง (ITP) หรือบางโรคเกี่ยวกับไขกระดูก ส่วนยาบางชนิดก็ทำให้เลือดออกง่ายขึ้นได้ เช่น แอสไพริน หรือวาร์ฟาริน แต่ไม่ใช่ว่าจะทำให้เกล็ดเลือด “ต่ำ” จริง ๆ นะครับ ถ้าเจอจุดแดง ๆ แบบนี้ร่วมกับเลือดกำเดา เหงือกเลือดออก หรือมีไข้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะบางกรณีอันตรายได้เลย
5. ฝ่ามือเหลืองผิดปกติ เคยส่องแล้วรู้สึกว่าฝ่ามือเหลืองกว่าปกติไหมครับ? ตรงนี้ต้องแยกให้ออก ว่าเป็นแค่ “คาโรทีนีเมีย” หรือเป็น “ตัวเหลืองตาเหลือง” จริง ๆ
•ถ้าเหลืองเฉพาะฝ่ามือ–ฝ่าเท้า แต่ตายังปกติ มักเป็นเพราะกินผักผลไม้สีเหลือง–ส้มเยอะเกินไป เช่น แครอท ฟักทอง มะละกอ ข้าวโพด ฯลฯ พอมีเบต้าแคโรทีนสะสมมาก สีผิวก็เลยเหลืองขึ้น ซึ่งไม่อันตราย พักกินพวกนี้สัก 2–3 สัปดาห์ก็จะค่อย ๆ จางเอง
•แต่ถ้าเหลืองทั้งตัว โดยเฉพาะตาขาวเหลืองด้วย แบบนี้ต้องรีบเช็กครับ เพราะอาจเกี่ยวกับโรคตับหรือท่อน้ำดี เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง หรือท่อน้ำดีอุดตัน ถ้าเจอแบบนี้อย่าชะล่าใจ ควรรีบตรวจเพิ่มเติมนะครับ
สรุปฝากด้วยนะครับ แค่สังเกตตรงฝ่ามือ เราก็พอจะเห็นสัญญาณสุขภาพบางอย่างได้
แต่อยากเสริมนิดนึงว่า สิ่งเหล่านี้เป็นแค่ “สัญญาณเตือน” ไม่ใช่การวินิจฉัยเด็ดขาด ต้องดูร่วมกับอาการอื่น ๆ ด้วย ถ้ามีอาการชัด เช่น เหนื่อยง่าย ตัวเหลือง ปัสสาวะเข้ม มีไข้ หรือเลือดออกผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อเช็กให้แน่ใจครับ เพราะถ้าเจอเร็ว ก็รักษาได้ง่ายและปลอดภัยกว่ามาก



