เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) ได้เดินทางเข้ารับตำแหน่งรมว.วธ. โดยมีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ผู้เป็นพ่อ เดินทางมาด้วย ซึ่งทางผู้บริหารวธ. ได้จัดคณะกลองยาว พร้อมข้าราชการวธ. ตั้งแถวรอต้อนรับ โดยก่อนเข้าไปในห้องโถงชั้น 1 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ นายชาดาได้ให้รางวัลกับคณะกลองยาวด้วย จากนั้นน.ส.ซาบีดา ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ห้องโถงชั้น 1 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ ก่อนจะขึ้นไปที่ห้องทำงานชั้น 7 ผู้นำศาสนาอิสลาม ผู้แทนสำนักจุฬาราชมนตรี ประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร และได้ลงนามในหนังสือเสร็จแล้ว ลงมายังชั้น 1 เพื่อไปสถานที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวธ. โดยมอบหมายให้ปลัดวธ. เป็นผู้ประกอบพิธีสักการะ จากนั้นเปิดให้บุคคล หน่วยงาน ร่วมแสดงความยินดี

น.ส.ซาบีดา ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรมว.วธ. เมื่อเข้าวธ.วันแรกได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง คิดว่าการทำงานจะเป็นไปด้วยความราบรื่น โดยส่วนตัวได้มีการศึกษางานด้านวัฒนธรรมมาแล้วระดับหนึ่ง และมีความตั้งใจที่จะมาขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในหลายเรื่อง แต่ขอให้ผ่านการแถลงนโยบายของรัฐบาลเรียบร้อยก่อน และในวันที่ 2 ต.ค. ซึ่งตนจะเข้าทำงานวธ. และบอกรายละเอียดได้ชัดเจนว่าจะดำเนินการในเรื่องใดบ้าง แต่เบื้องต้นก็มีความพร้อมที่จะทำงานรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่ากดดันหรือไม่สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของการนับถือศาสนา น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้มีมาตั้งแต่ในช่วงที่รับตำแหน่งรมช.มหาดไทยแล้ว แต่ประเทศไทยเราอยู่ด้วยสังคมพหุวัฒนธรรมม ซึ่งมีความแตกต่างทางด้านศาสนา ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่อุปสรรค และตนเองเติบโตมาในบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยศาสนาที่มีความหลากหลาย จึงไม่มีความหนักใจ ส่วนที่มีผู้ให้กำลังใจในหลายช่องทางนั้น ก็ขอขอบคุณและจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง ส่วนเรื่องเงื่อนเวลาการทำงานของรัฐบาลที่มีข้อจำกัดนั้น แน่นอนว่าต้องมีความกดดันเป็นธรรมดา แต่ภายในกรอบระยะเวลาอันสั้นนี้จะพยายามทำงานอย่างเข้มข้น พร้อมขอความร่วมมือจากพี่น้องข้าราชการวธ.ทุกคนให้ช่วยกันขับเคลื่อน และการที่ชวนนายชาดา มาเพื่อให้กำลังใจ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่  เพราะคิดว่าพรอันประเสริฐที่สุดก็คือ พรที่มาจากบุพการี