วันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังคงตึงเครียด มีโอกาสสูงที่จะเกิดความรุนแรงซ้ำ ทำให้ชาวบ้านบางส่วนเริ่มนำผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และเด็ก ๆ อพยพออกนอกพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่ยังคงอยู่เพื่อรอดูสถานการณ์ หากทางการประกาศให้อพยพจริง จึงจะออกจากหมู่บ้าน พร้อมมีการจัดเก็บสัมภาระไว้ในรถเรียบร้อยแล้ว

ครอบครัวของ ด.ช.ธิติวัฒน์ บุญแต่ง หรือน้องน้ำโขง อายุ 8 ขวบ ซึ่งเสียชีวิตจากจรวด BM21 ของกัมพูชา ที่ตกใส่บ้านเลขที่ 159 บ้านโจรก ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในครอบครัวที่เตรียมตัวอพยพ แต่ยังรอเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นก่อนจึงจะออกจากหมู่บ้าน

นายภิสิทธิ์ บุญแต่ง อายุ 30 ปี พ่อของน้องน้ำโขง เปิดเผยบาดแผลตามร่างกายจากสะเก็ดระเบิดที่ยังหลงเหลืออยู่ หลังจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานนับเดือน พบว่ามีร่องรอยสะเก็ดระเบิดพรุนทั่วร่างกายด้านขวานับร้อยบาดแผล ซี่โครงหักและทะลุปอด ส่วนลูกสาว น้องฐิติญา อายุ 11 ขวบ ได้รับบาดเจ็บที่นิ้วมือและแขน

นายภิสิทธิ์เล่าถึงเหตุการณ์สลดวันนั้นว่า ขณะกำลังเตรียมอพยพพร้อมลูกชายและนายบัณฑิต อุ่นจิตร อายุ 34 ปี เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว สะเก็ดระเบิดกระเด็นใส่ทุกคน ฝุ่นคลุ้งไปทั่ว หลังจากนั้นลูกชายและนายบัณฑิตยังมีชีพจรอยู่ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ตนได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องรักษาตัวนาน

ปัจจุบันครอบครัวได้จัดเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นบนรถไว้ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน จะสามารถอพยพออกไปได้ทันที นายภิสิทธิ์กล่าวว่า แม้เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เสียลูกชายไป แต่หากเกิดสงครามขึ้นอีก เขาหวังว่าเหตุการณ์จะไม่เกิดกับใครอีก พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลเร่งจัดการให้สิ้นสุดความตึงเครียดโดยเร็ว