ในงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือ SX IDEA LAB ในเวิร์กช็อปหัวข้อ “รู้ก่อนพร้อมกว่า คำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เริ่มต้นอย่างไร” โดยวิชิดา สังขนฤบดี Head of Business Development KCLMATE1.5 และ ผกามาศ รัศมีจันทร์ รองกรรมการผู้จัดการ KCLMATE1.5 มาให้ความรู้เบื้องต้นสำหรับองค์กรในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และจัดเวิร์กช็อปทำแบบสอบถามวัดความรู้ความเข้าใจของผู้ร่วมกิจกรรมที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานประมาณ 30 คน โดยมีการส่งแบบสอบถามผ่านไลน์ ก่อนที่จะมีการบรรยายให้ความรู้

ผกามาศ กล่าวว่า เท่าที่คุยกับลูกค้าของธนาคารกสิกรไทย นอกจากต้องการเงินกู้เรื่องดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอนแล้ว ยังต้องการความรู้ KCLMATE1.5 ถือเป็นกระดุมเม็ดแรกในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านองค์กรในการลดปลดปล่อยคาร์บอน โดยมีวิธีการวัดคาร์บอนและวิธีการเซ็ตเป้าหมาย มีเครื่องมือที่เป็นตามมาตรฐานของประเทศคือ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) และมาตรฐานต่างประเทศ
จุดเริ่มต้น KCLMATE1.5 มาจากที่ประเทศไทยมีข้อตกลง (Paris Agreement) ในปี 1997 ที่นานาประเทศต้องทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่เพิ่มเกิน 2 องศาเซลเซียส บริษัทใหญ่ๆ ในประเทศไทยจึงจัดทำเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งในปี 2024 เคแบงก์ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ scope 1-2 จำนวน 72,887 ตันต่อปี และตั้งเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2573 (ค.ศ.2030)
อย่างไรก็ตาม จากการเก็บข้อมูลในปี 2565 ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 278.03 ล้านตัน โดยภาคพลังงานมีการปลดปล่อยสูงสุดคือ 66% ภาคเกษตร 18% และกระบวนการอุตสาหกรรม 10% โชคดีว่าประเทศไทยมีภาคป่าไม้ช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ส่วนหนึ่ง

ด้านวิชิดา กล่าวว่า วิธีการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับองค์กรของ KCLMATE1.5 เน้นให้กำหนดค่า GWP (Global Warming Potential) คือการนำค่าการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกชนิดอื่นๆ ให้มาอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน (เทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์) เนื่องจากการปล่อยคาร์บอนที่มาจากภาคพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขณะที่การทำปศุสัตว์ปลดปล่อยก๊าซมีเทน อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในองค์กรแบ่งได้ดังนี้:

- กิจกรรมที่องค์กรควบคุมได้ 100% ประเภทที่เกิดจากการเผาไหม้ เช่น รถที่ใช้ภายในองค์กร, รถผู้บริหาร เป็นต้น
- การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้าในองค์กร เช่น โรงงานใช้น้ำมันดีเซลในการผลิต มีเครื่องปั่นไฟ
- การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่นอกเหนือการควบคุม แยกย่อยออกมาเป็น 15 หมวด เช่น การใช้แอร์, การใช้ไฟฟ้า ซึ่งบริษัทไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เอง ต้องมาคำนวณอย่างละเอียดอีก หรือการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป จะถูกนำมาคำนวณการใช้พลังงาน การใช้ทรัพยากร/กิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน แม้กระทั่งการเข้าห้องน้ำของพนักงาน
ข้อมูลเหล่านี้เก็บเป็นรายปี แล้วนำเข้าสู่เครื่องมือ KCLMATE1.5 เพื่อนำองค์กรไปสู่การลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้



