เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ต่างประเทศ “South China Morning Post” รายงานเรื่องราวของ จ้าวเตี้ยน วัย 32 ปี หนุ่มชาวจีน ที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังตัดสินใจตัดขาดกับครอบครัวและเลือกใช้ชีวิตเป็น คนเร่ร่อน ในมณฑล ยูนนาน ประเทศจีน แม้จะมีการศึกษาสูงและมีภูมิหลังทางฐานะที่ดี
จ้าวเตี้ยน ใช้ชีวิตวัยเด็กใน เซี่ยงไฮ้ ก่อนจะย้ายไป นิวซีแลนด์ ตอนอายุ 10 ขวบ เขามีความสามารถทางวิชาการโดดเด่น สามารถคว้า ปริญญาตรี 2 ใบ และ ปริญญาโทด้านการเงิน 3 ใบ จากสถาบันที่มีชื่อเสียงใน ซิดนีย์ นิวยอร์ก ปักกิ่ง และ ปารีส

เขาเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกับพ่อแม่ และต้องเผชิญกับวัยเด็กที่แสนทุกข์ใจ จากการถูกพ่อควบคุมวินัยอย่างรุนแรง และการที่แม่ไม่เห็นใจความลำบากของเขา จ้าวเตี้ยน จึงรู้สึกว่าการศึกษาอันทรงเกียรติเหล่านั้นไม่ต่างจาก เครื่องพันธนาการ ที่ต้องแบกรับเพื่อตอบสนองความคาดหวังของครอบครัว
ขณะใช้ชีวิตอยู่ใน ปารีส เขาค้นพบความสุขจากการทำงานที่เรียบง่าย โดยมีโอกาสทำงานในครัวและกล่าวว่า “การล้างจานก็นำความสุขมาได้ แล้วทำไมต้องรออาชีพในอุดมคติ” กระทั่งในปี 2556 จ้าวเตี้ยน กลับมายังประเทศจีน และเริ่มทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ ก่อนจะเดินทางถึง ต้าลี่ มณฑลยูนนาน เมื่อปี 2567 ที่ซึ่งเขาตัดสินใจใช้ชีวิตบนท้องถนน
ปัจจุบัน จ้าวเตี้ยน ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายด้วยเงินเพียง 100 หยวน หรือประมาณ 453 บาทต่อเดือน โดยเขาตื่นนอน 7 โมงเช้า เข้านอน 3 ทุ่ม อาบน้ำตามโฮสเทล และกินอาหารฟรีจากร้านอาหารเจ นอกจากนี้เขายังมีเงินออมส่วนตัวประมาณ 2,500 หยวน หรือราวๆ 11,000 บาท
เขาใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือจากเครื่อง e-reader ท่องเที่ยว และทำโปรเจกต์ที่มีความหมาย เช่น การจัดชมรมหนังสือ และการแบ่งปันวิดีโอให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาออนไลน์

จ้าวเตี้ยน ยืนยันว่าเขาตัดความสัมพันธ์กับพ่อแม่ที่ใช้ชีวิตอยู่ใน นิวซีแลนด์ แล้ว แม้ว่าเขาจะยังโหยหาความสัมพันธ์กับผู้คนก็ตาม ทั้งนี้ เขายังคงติดต่อกับลูกสาววัย 10 ขวบ ซึ่งเกิดจากคู่รักคนก่อนใน นิวยอร์ก ผ่านช่องทางออนไลน์
การตัดสินใจของเขานำมาซึ่งปฏิกิริยาที่หลากหลาย ผู้คนบางส่วนแสดงความเห็นใจและเข้าใจว่าเขาเลือกที่จะรักษาบาดแผลทางอารมณ์ ในขณะที่บางส่วนวิจารณ์ว่าเขา ไล่ตามอุดมการณ์เกินไปและขาดความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในฐานะพ่อ
ข้อมูล – ภาพ เว็บไซต์ “South China Morning Post”



