รู้ไหมว่าเนื้อสัตว์ในปริมาณ 100 กรัมที่เรารับประทานต้องปลูกพืช 6เท่าเพื่อเลี้ยงสัตว์ที่แปรรูปมาเป็นอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ขณะเดียวโลกกับเราต่อสู้กับสภาพภูมิอากาศปรวนแปร พบว่าในระยะ2-3 ปี ผลิตผลจากการเพาะปลูกลดลง
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ประกาศแคมเปญ“Small Actions Change the World” ชวนคนไทยทั้งประเทศปักหมุด “มื้อนี้หมดจาน” กิจกรรมแห่งการสร้างวัฒนธรรมรับประทานอาหารหมดจานพร้อมกันทั่วประเทศ ภายใต้ความร่วมมือจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อผลักดันพลังการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่สู่สังคมไทย

นายรัชกฤต สงวนชีวิน ผู้จัดการฝ่าย Sustainability Development บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่าในทุกๆวันเราสร้างขยะอาหารจำนวนมาก ก่อนที่จะกินเหลือเราเริ่มสร้างขยะอาหารก่อนที่จะนำมาปรุง ในแต่ละวันมีพืชผักที่ต้องตัดแต่งกลายเป็นขยะในตลาดต่างๆวันละ100 กว่าตัน ในขั้นตอนต่อมาเมื่อวัตถุมาถึงครัวแล้วต้องมีการตัดส่วนที่กินไม่ได้ทิ้งออกอีกครั้ง หลังจากนั้นปรุงเป็นอาหารนำมาบริโภค และพบว่าหลายๆครั้งบริโภคไม่หมด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในงานเลี้ยงต่างๆ เช่นโต๊ะจีนมักมีอาหารเหลือเป็นข้าวผัดเสมอ ในแต่ละปีคนไทยน่าจะสร้างขยะอาหารมากกว่า 10 ล้านตัน เหล่านี้เป็นห่วงโซ่ของอาหารจนมาเป็นขยะอาหารในที่สุด

นายนายรัชกฤต กล่าวว่าภาคเกษตรในบ้านเราปล่อยคาร์บอนมากกว่า 70 ล้านตันคาร์บอน รองจากภาคพลังงาน เราพยายามคุยในหลายภาคส่วนนำไปสู่การการทำการเกษตรแบบโลว์คาร์บอน เพื่อตั้งรับกับมาตรการซีแบม (CEMAM)เพราะในอนาคตยังไม่รู้ว่าจะมีการตั้งกำแพงภาษีสำหรับการสินค้าในภาคเกษตร ที่มีการปลดปล่อยก๊าซมีเทนหรือไม่ อาจจะเกิดการกีดกันไม่ให้ส่งออก หรือส่งออกได้แต่ต้องเสียภาษีที่แพงขึ้น ขณะเดียวกันภาคเกษตรต้องปรับตัว เนื่องจากอายุเฉลี่ยของเกษตกรไทยอยู่ที่ 60 ปี เพราะคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาในการทำเกษตรน้อยลง ดังนั้นในอนาคตต้องทำการเกษตรแบบสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Samart Farmer) ใช้เอไอเข้ามาช่วย

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยสร้างขยะอาหารมากกว่า9.7ล้านตันต่อปีหรือเฉลี่ยคนละ 146 กิโลกรัม 38 เปอร์เซ็นต์เป็นขยะอาหารที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ และกรุงเทพสร้างขยะอาหาร 49.1 เปอร์เซ็นต์ของขยะอาหารทั้งหมด ประเทศไทยมีการตั้งเป้าว่าจะลดขยะให้เหลือ 28 เปอร์เซ็นต์ในปีค.ศ.2070 อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาสสส.ได้สนับสนุนให้ร้านอาหารลดขยะอาหาร 15 แห่งสามารถลดขยะอาหารได้ถึง 20 เปอร์เซนต์ ดังนั้นเป้าหมายการลดขยะอาหารไม่ท้าทายความสามารถ สิ่งสำคัญต้องวางแผนก่อนการรับประทานประกอบกับวัฒนธรรมของคนเอเซียจะเห็นคุณค่าของอาหารที่เรารับประทาน เพราะกว่าจะได้มาต้องใช้แรงกายและความเหนื่อยยาก
“สำหรับความร่วมมือกับสยามคูโบต้าในครั้งนี้ผ่านกิจกรรม ‘มื้อนี้หมดจาน’ เป็นอีกแรงสำคัญในการขยายผลการสร้างความตระหนักรู้ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้กับสังคมในวงกว้าง ให้คนไทยเห็นคุณค่าของอาหาร สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ในทุกมื้อไปพร้อมกัน” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้สยามคูโบต้าได้จัดกิจกรรม “มื้อนี้หมดจาน” จุดประกายการเปลี่ยนแปลงจากภายในองค์กร พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เชิญชวนภาคีเครือข่ายและพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ โดยตั้งเป้าให้พนักงานสยามคูโบต้า 3,374 คน ร่วมรับประทานอาหารหมดจานพร้อมกันในวันที่ 16 ตุลาคมนี้เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนกว่า 1,300 กิโลกรัมคาร์บอน มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ปี 2573 และสุทธิเป็นศูนย์ Net Zero Emission ปี 2593 โดยส่งเสริมการวางแผนการกินอย่างมีประสิทธิภาพไม่เหลือทิ้ง รวมถึงศึกษาแนวทางจัดการขยะอาหารไปทำ BioGas ในอนาคต โดยนำเศษผัก เศษผลไม้ ไปหมักด้วยจุลินทรีย์เพื่อแปลงเศษอาหารเป็น BioGas และนำกลับมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพในการประกอบอาหาร

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “มื้อนี้หมดจาน” ภายใต้แคมเปญ “Small Actions Change the World” ได้ง่ายๆ เพียงโพสต์รูปการรับประทานอาหารหมดจาน พร้อมติดแฮชแท็ก
#มื้อนี้หมดจานกับคูโบต้า เพื่อแสดงพลังแห่งการเห็นคุณค่าอาหารทุกมื้อและร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจสู่สังคมกว้าง ขณะเดียวกันยังสามารถแชร์มายัง https://smallactionbykubota.siamkubota.co.th เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนการกระทำเล็ก ๆ ให้เป็นพลังที่ส่งต่อได้จริง โดยการแชร์ 1 ครั้ง = สมทบทุน 20 บาท สยามคูโบต้าจะนำไปสมทบทุนให้กับ มูลนิธิ Scholars of Sustenance Foundation (SOS) เพื่อสนับสนุนผู้ขาดแคลนอาหารกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ออฟฟิเชียล Siam Kubota Club https://www.facebook.com/SiamKubotaClub



