จากกรณีที่พระเอกหนุ่มชื่อดัง “เอส-กันตพงศ์ บำรุงรักษ์” ได้ออกมาร่ายยาวความรู้สึกผ่านข้อความบนอินสตาแกรม ซึ่งเป็นข้อความที่อ่านแล้วเหมือนกับปลงชีวิต แถมพูดถึงโรคร้ายแรง ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ที่ทำให้หลายคนใจหวิว จนต้องออกมาแสดงความเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง ตามที่ข่าวได้นำเนอไปแล้วนั้น

‘เอส กันตพงศ์’ เขียนจดหมายถึงคนที่รัก อ่านแล้วใจหายวูบ แฟนๆแห่ส่งกำลังใจรัว!

ล่าสุด (2 ต.ค. 68) หนุ่มเอส ได้มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์โรแมนติก-แฟนตาซี “รักสาปสูญ” ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวดังกล่าวแบบไม่มีกั๊ก พร้อมยกมือ ขอโทษแฟนๆ ที่ทำให้ต้องเป็นห่วงเป็นใยกันยกใหญ่ โดย หนุ่มเอส เผยว่า

“สำหรับเรื่องที่โพสต์จดหมายล่าสุด ทุกคนตกใจมากเลย ความจริงมันเป็นการรณรงค์ของวันหัวใจโลก(29ก.ย.68) พอดีทางงานอยากให้ผมช่วยรณรงค์ให้คนตระหนักถึงความสำคัญว่าหัวใจสามารถวายเฉียบพลันได้(SCA) คือเป็นโครงการที่เราจะช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยข้อความ เลยจะมีข้อความที่เขียนเหมือนเป็นความในใจเพื่อให้ทุกคนไม่ประมาท แล้วก็พอดีกับอีกโครงการหนึ่งที่ผมกำลังจะไปเป็นวิทยากรเรื่องการเตรียมตัวตายก่อนตาย ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ท่านพุทธทาสภิกขุเคยพูดไว้ตั้งนานแล้ว ผมเห็นว่ามันสอดคล้องกันพอดีเลยรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่อยากจะแบ่งปันความรู้ให้ทุกคนตระหนักถึงสิ่งนี้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วหลายคนอ่านแล้วนึกว่าเป็นจดหมายลา จะเรียกว่าจดหมายลาไหม ถ้าเอาเรื่องจริงผมเป็นคนที่ชอบเขียนอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ไม่เคยโพสต์ ผมชอบเขียนถามตัวเองว่าถ้าสมมติวันนี้ผมตายอะไรที่ยังไม่ได้ทำ แล้วมันจะเหมือนเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่าอันนี้ยกเลิกดีกว่าหรืออันนี้ควรทำ ซึ่งจะทำให้เราจัดสรรเวลาชีวิตได้ดีขึ้น

เราไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ เรียกว่าแบ่งปันให้คนปลงมากขึ้น อยากให้คนรู้สึกไม่ต้องยึดติดกับตัวตน ที่ผมเขียนจะมีช่วงหนึ่งบอกว่าอยากให้ใช้ชีวิตโดยไม่ยึดติด แน่นอนว่ายังเป็นมนุษย์อยู่มีชีวิตทางโลก งานการทุกอย่างต้องทำหาเงิน แต่ว่าถ้ายิ่งยึดติดจะยิ่งทุกข์ อย่างผมเองเข้าโรงพยาบาลอีกหลายรอบแต่ไม่ได้เป็นข่าว ผมอ่านแต่หนังสือธรรมะ ตอนนอนร่างกายรู้สึกเจ็บแต่ก็เตรียมตัวว่าถ้ามันจะไปก็ต้องไปทุกเมื่อ อันนี้เลยเป็นข้อดีว่าถ้าจังหวะที่เราจะไปแล้วเรามีสติกับตัวเองมันจะทำให้เราเครียดน้อยลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเราเคยเฉียดกับความตายมาด้วย แต่ผมเป็นคนชอบเตรียมตัวอย่างนี้อยู่แล้ว

ถามว่าตกใจไหมหลายคนฮือฮาและเป็นห่วงกับสิ่งที่เราโพสต์ ตกใจมาก โทรศัพท์ผม 100 กว่าข้อความ ตอบไม่ทันเลย ต้องขอบคุณทุกกำลังใจและความห่วงใยมากๆ ที่สำคัญต้องขอโทษด้วยหากทำให้ใครเข้าใจผิดไป รู้สึกเกรงใจมากๆ ผมไม่ได้มีอะไรที่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิดจริงๆ แล้วหลายคนเอาไปโยงกับเรื่องครอบครัว ไม่น่าจะใช่นะครับ เพราะกิจกรรมกับลูกตอนนี้เยอะมากแต่ไม่ค่อยได้โพสต์ ผมก็ยังเป็นคุณพ่อเหมือนเดิมและยังเป็นอยู่จนกว่าจะจากโลกนี้ไป ในส่วนของเขาก็ทำหน้าที่คุณแม่ของลูกเช่นกัน ส่วนที่หลายคนถามถึงเหตุผลว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างผมกับอดีตภรรยา อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ ต้องถามเขาดีกว่า

แต่ในเมื่อชีวิตคู่มันคือคนสองคน ถ้าอีกคนหนึ่งตัดสินใจยังไงเราก็ต้องเคารพ เพราะผมไม่ชอบขัดคนอื่น อีกอย่างบางคำถามเราถามไปต่อให้เราได้หรือไม่ได้คำตอบก็ไม่อยากจะไปกดดันเพื่อให้ได้คำตอบ ผมเป็นคนไม่ชอบถามใครเกิน 2 ครั้ง ถ้าถามเกิน 2 ครั้งไม่ได้คำตอบก็คือไม่ถามอีกเลย ส่วนลูกสาวตอนนี้เป็นคนที่ต่อรองเก่ง แล้วผมก็เริ่มให้ลูกหัดขายของ ลองเป็นแม่ครัวทำอาหาร แล้วก็รับโทรศัพท์ลูกค้าแต่คือเป็นเกมนะครับ ซึ่งตอนนี้แบงค์ 20 เต็มกระเป๋าเขาแล้ว เวลาที่ผมอยากทดสอบอยากจะรู้ว่าเขาเป็นคนที่มีจิตใต้สำนึกยังไง ถ้าเป็นคุณปู่คุณย่าสั่งของเขาไม่คิดเงินเลย คุณพ่อสั่งก็ไม่เก็บเงิน แต่ถ้าเป็นคุณป้าคุณลุงเขาจะเก็บเงิน แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกก็คือรู้สึกว่าเขาจะฉลาดกว่าพ่อ อันนี้คือความภูมิใจของผมเลย”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เอส กันตพงศ์ บำรุงรักษ์