เมื่อวันที่ 3 ต.ค. พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 สั่งการ พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1, พ.ต.ต.เกริกเกียรติ ฮวดกุล สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 พร้อมกำลัง กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 30 ก.ย.68 เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ พร้อมจับกุม นายฉัตรมงคล อายุ 30 ปี ในข้อหา ปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยการจัดทำและจำหน่ายป้ายต่อภาษีรถยนต์ขายผ่านออนไลน์

พร้อมของกลางแบบฟอร์มของป้ายภาษีรถยนต์, บัตรประชาชน และใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยใช้โปรแกรมแต่งภาพในคอมพิวเตอร์ และเมื่อตรวจสอบป้ายแสดงการเสียภาษีกรมการขนส่งทางบกของรถยนต์ พบว่ามีลักษณะการติดกระดาษปี 2568 ทับปี 2566 (เลขเดิม) อันมีเจตนาหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลการเสียภาษีของรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าสิ้นสุดเสียภาษีวันที่ 23 พ.ย.2566 จึงยึดไว้เป็นของกลาง

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.1 สืบสวนพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยการจัดทำและจำหน่ายป้ายต่อภาษีรถยนต์ ผ่านช่องทางเข้าเว็บไซต์ และประกาศโฆษณาและรับปลอมแปลงแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี ผ่านสื่อออนไลน์ให้ประชาชนทั่วไป จึงได้ทำการล่อซื้อแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี และได้โอนเงินชำระค่าสินค้า จากบัญชีธนาคารซึ่งเป็นบัญชีของสายลับ ไปยังบัญชีนายฉัตรมงคล เมื่อวันที่ 14 ก.ย.68 เป็นเงิน 4,500 บาท เมื่อได้ทำเอกสารเสร็จแล้ว ได้เรียกไรเดอร์นำเอกสารราชการปลอมไปส่งพัสดุที่ร้านที่เคยส่งประจำ

ต่อมาวันที่ 1 ต.ค. เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อขออนุมัติหมายค้น ซึ่งศาลจังหวัดสมุทรปราการ อนุมัติหมายค้น ก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายฉัตรมงคล พบนายฉัตรมงคล อยู่ในบ้าน จึงทำการจับกุมพร้อมตรวจค้นพบของกลางดังกล่าว

จากการสอบสวน นายฉัตรมงคล ยอมรับว่า ตนทำการปลอมเอกสารราชการและใช้ป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์อันเป็นเอกสารราชการปลอมจริง จึงได้ตรวจยึดสิ่งของดังกล่าวไว้เป็นของกลาง พร้อมแจ้งข้อหาว่า “ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป