เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่หน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการ ‘BioMart Hua Hin 2025’ มหกรรมแสดงและจําหน่ายสินค้าชีวภาพและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมด้วย ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) นางสาวนีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงาน มีนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ นายเศรษฐศักดิ์ ลาทอง ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน นายชยพล (คุณนิว) จูเลียน พูพาร์ต นักแสดง และคุณเคธี Influencer เจ้าของเพจ Kethy and George และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ จัดโดย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. (BEDO) ร่วมกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจําประเทศไทย (UNDP Thailand) ระหว่างวันที่ 1-5 ต.ค.68 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จ.ประจวบฯ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก  (GEF) มีเป้าหมายเพื่อสร้างต้นแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

นายสิทธิชัย กล่าวว่า จ.ประจวบฯ เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก มีทั้งพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ยาวและสวยงาม อุทยานแห่งชาติทางบกและทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ มีศักยภาพอันโดดเด่นทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่เป็นบ้านของสัตว์ป่านานาชนิด อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ที่มีระบบนิเวศทั้งทางบกและทางทะเลอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงพื้นที่ชุ่มน้ำและปากน้ำปราณบุรี ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนทางธรรมชาติที่ประเมินค่ามิได้ จึงเป็นความท้าทายในการพัฒนาโมเดลการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง จังหวัดเราสามารถเป็นต้นแบบที่แสดงให้เห็นว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อมสามารถเดินไปด้วยกันได้

ด้าน ดร.ธนิต กล่าวว่า BEDO มุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศ โดยมีหัวใจสําคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ ซึ่งจังหวัดประจวบฯ ไม่เพียงแต่เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียง แต่ยังเป็นคลังมหาสมบัติด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สําคัญของประเทศ โครงการ BioMart Hua Hin 2025 จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ได้นำความหลากหลายทางชีวภาพมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์และบริการ เราต้องการพิสูจน์ ให้เห็นว่า “การอนุรักษ์” สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชนได้จริง เป็นการเปลี่ยนต้นทุนทางธรรมชาติให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐคิจที่จับต้องได้เรา เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบที่แข็งแกร่งในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนและ รักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศไว้สําหรับคนรุ่นหลังต่อไปในอนาคต

ขณะที่นางสาวนีฟฯ กล่าวถึงโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่โอบรับผู้คนและธรรมชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) การท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศไทย ซึ่งโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ทำงานร่วมกับประเทศไทยเพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนในภาคการท่องเที่ยวนั้นควบคู่ไปกับธรรมชาติที่จะช่วยอนุรักษ์สัตว์ป่าและการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น จังหวัดอื่น ๆ รวมถึงเมืองท่องเที่ยวทั่วโลกเห็นแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างประโยชน์ทั้งต่อผู้คนและธรรมชาติไปพร้อมกันได้

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีโซนตลาดชีวภาพ (Bio Market) มีผู้ประกอบการกว่า 40 ราย ที่นำผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารท้องถิ่น สินค้าหัตถกรรม และ สมุนไพร อาทิ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากว่านหางจระเข้ ชาใบหม่อน สิ่งทอจากเส้นใยธรรมชาติและย้อมสีธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลไม้อบแห้ง กาแฟ และอื่นๆ อีกมากมายมาจำหน่าย โซนสาธิตและเวิร์คชอป (Demo & Workshop) โซนนิทรรศการและบริการท่องเที่ยว และกิจกรรมส่งเสริมการขายสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้