เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) คนที่ 2 และประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 1 เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สสส.ร่วมกับร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพพลังอำเภอสู่การเป็นอำเภอต้นแบบและอำเภอขยายผลในการขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างทีมให้กลไกระดับอำเภอสามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยชุมชนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ยาเสพติดของไทย มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นจากปัจจัยทางสังคม เศรษฐกิจ อีกทั้งกฎหมายมีความอ่อนแอ ทำให้ประชาชนเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต นำไปสู่การใช้สารเสพติด ซึ่งปัจจุบันพบผู้ใช้ยาเสพติดทั่วประเทศ 4-6 ล้านคน ทั้งการใช้ยาเสพติดที่มีฤทธิ์เสพติดไม่รุนแรง (Soft Drug) เช่น กัญชา และยาเสพติดที่ออกฤทธิ์รุนแรง (Hard Drug) เช่น เฮโรอีน ยาอี อีกทั้งยังมีการใช้สารเสพติดพร้อมกันหลายตัวทำให้ยาเสพติดออกฤทธิ์กับตัวผู้เสพรุนแรงขึ้น
นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หัวใจที่สำคัญในการแก้ปัญหาคือการสร้างชุมชนเข้มแข็งภายใต้โครงการชุมชนล้อมรักษ์ โดยคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ที่ช่วยกันสร้างศักยภาพให้ชุมชนมีระบบคัดกรองผู้มีความเสี่ยง การติดตามดูแลผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดแล้ว ทั้งนี้ในส่วนของ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการชุมชนล้อมรักษ์ตั้งแต่ปี 2567 ได้รับรายงานว่ามีการจัดทำข้อมูลพื้นที่นำร่องทำโครงการจากพื้นที่เสี่ยงพบผู้ใช้ยาเสพติดใน 2 หมู่บ้าน คัดกรอง หาผู้ใช้ยาเสพติดด้วยการตรวจปัสสาวะทุกคนในหมู่บ้าน คนในชุมชนสอดส่องพื้นที่เสี่ยงและแจ้งเจ้าหน้าเข้าไปคัดกรองถึงที่บ้าน จากนั้น หน่วยงานท้องถิ่นเช่น ที่ว่าการอำเภอ สาธารณสุขชุมชน ตำรวจ และภาคีเครือข่ายจะร่วมกันทำข้อตกลง (MOU) สนับสนุนการทำงานร่วมกัน ออกแบบการบำบัดผู้ใช้ยาเสพติด นำเข้าสู่ขั้นตอนการบำบัด 16 สัปดาห์ โดยผู้เข้าบำบัดจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมบำบัดอย่างน้อย 13 ครั้ง ทุกครั้งจะตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด

นายทศพล จำบุญมา นายอำเภอวังเหนือ กล่าวว่า นอกจากดูแลในระหว่างการบำบัดแล้ว ยังต้องดูแลสภาพแวดล้อมของชุมชนให้โอบรับผู้ผ่านการบำบัดกลับสู่สังคม ด้วยการสร้างความเข้าใจให้คนในชุมชนเพื่อปรับเปลี่ยนไม่ให้มีมุมมองแง่ลบต่อผู้ที่ผ่านการบำบัดแล้ว รวมถึงส่งเสริมทักษะอาชีพให้ผู้ที่เข้ารับการบำบัด เช่น การเกษตร และการประมง โดยเชิญผู้มีความเชี่ยวชาญด้านนั้นๆ มาให้ความรู้ โดยทั้งหมดนี้ ดำเนินงานผ่าน 5 ส่วน ตั้งแต่ ครอบครัว ผู้นำชุมชน เครือข่ายโรงพยาบาลสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ศาสนสถาน และฝ่ายปกครอง หรือเรียกว่า หลักการ5 เสือ ซึ่งผลการคัดกรองพบผู้ใช้สารเสพติดใน 2 หมู่บ้านนำร่อง 28 คน ซึ่งผ่านการบำบัดและตรวจไม่พบสารเสพติดแล้วในปัจจุบัน
ด้าน นพ.หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้ที่เข้ารับการบำบัดแล้วก็จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทั้งนี้ สำหรับผู้ใช้ยาเสพติดอาจมีปัญหาใช้ยาเสพติดซ้ำซ้อนจึงต้องดูแลเป็นรายกรณีไป การบำบัดผู้ติดยาเสพติดในชุมชนต้องทำให้ผู้มช้สารเสพิดอยู่กับกับคนในชุมชนได้โดยไม่รู้สึกแปลกแยก ไม่ถูกมองเป็นไอ้ขี้ยา เป็นที่รังเกียจของชุมชน ถ้าสังคมให้การต้อน ผู้ติดยาก็จะมองว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่ง แล้วจะกลับมาเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมและชุมชนต่อไป.



