เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพทางด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษของ นร.รร.สังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ สำหรับผู้บริหารและครู ซึ่ง Edsy AI Coach เป็นแอปพลิเคชันครูผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ สู่ห้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 136 แห่ง ครอบคลุม นร.ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กว่า 14,000 คน ตามนโยบายเรียนดี มุ่งเน้นให้เด็กนักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะความรู้อย่างรอบด้าน

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จากผลการวิจัยพบว่าเด็กไทย (ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย) ควรจะมีทักษะภาษาอังกฤษ 4 ด้าน อยู่ที่ระดับ A1 ตามมาตรฐานสากลยุโรป แต่ในปีที่แล้ว เด็ก กทม. แค่ร้อยละ 3 เท่านั้นที่ผ่านระดับ A1 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก ทักษะที่เด็ก กทม. เกือบตกเป็น 0 คือทักษะการพูดและการเขียน

โครงการนี้สำคัญมาก เพราะจะทำให้เด็ก นร. สังกัด กทม. ได้พูดและได้เขียนมากขึ้น ทุกวันนี้ ห้องเรียนมีนักเรียน 30-40 คน แต่มีครูแค่ 1 คน ทำให้มีเด็กที่ได้พูดโต้ตอบไม่เกิน 10 คน และจะเป็นเด็กคนเดิม ๆ ฉะนั้นจึงต้องให้เด็กทุกคนในห้องเรียนได้พูด การร่วมมือกับสตาร์ตอัปด้านการศึกษาในตรั้งนี้ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาตอบโจทย์การขยายโอกาสให้ นร. เข้าถึงการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เพราะเวลาที่ นร. ได้ฝึกฝนผ่านแอปพลิเคชัน จะมีความกล้าแสดงออกมากกว่าปฏิบัติต่อหน้าครูหรือหน้าห้อง

“ในการมาอบรมครั้งนี้ อยากให้ผู้แทนแต่ละ รร. ช่วยกันเรียนรู้เพื่อนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ นร. ของเรา อยากให้โครงการนี้ช่วยทำให้การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องน่าสนุก น่าเรียนรู้ หลายประเทศไปไกลแล้ว เราต้องทำงานอย่างหนัก เพราะการศึกษานั้นสำคัญมาก” รองผู้ว่าฯ กทม.

สำหรับโครงการนี้ นอกจากจะช่วยเสริมการเรียนการสอนแล้ว ยังมีแผนพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนผ่าน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การพัฒนาเด็ก การพัฒนาครู และการนำเทคโนโลยีเข้ามาร่วมบูรณาการการเรียนการสอนในทุกมิติ ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้จะช่วยให้นักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครมีศักยภาพในการแข่งขันระดับสากล

ปัจจุบันมี 6 รร.นำร่องในเฟสแรกได้แก่ 1.รร.พระยามนธาตุราชศรีพิจิตร์ เขตบางบอน 2.รร.บ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ 3.รร.ประชานิเวศน์ เขตจตุจักร 4.รร.วัดภาษี เขตวัฒนา 5.รร.วัดสุวรรณ เขตคลองสาน และ 6.รร.วัดเบญจมบพิตร เขตดุสิต และวางแผนต่อยอดในเฟสสอง เพื่อขยายผลเพิ่มอีกกว่าเท่าตัวในปีการศึกษาหน้า และเป้าหมายสูงสุดคือการนำ AI Coach ไปใช้ใน รร .สังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ตามวิสัยทัศน์ของผู้ว่าฯ กทม. ที่อยากให้เด็ก กทม. ทุกคนได้ภาษาอย่างแท้จริง.