ที่ห้องประชุมอุทยานประวัติศาสตร์จังหวัดกำแพงเพชร นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในที่ประชุมการแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดภายในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ โดยมี นายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชรเขต 1 นายสุรสิทธิ์ วงษ์วิทยานันท์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมประชุม ในส่วนราชการมีนายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายบัณฑิต ทองอร่ามหัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์จังหวัดกำแพงเพชร นายอนุพันธ์ พานิชท้องถิ่นจังหวัดกำแพงเพชร นายธวัชชัย แถวถาทำ ปศุสัตว์จังหวัดกำแพงเพชร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งนายวุฒิชัย ศุภอรรถพานิช นายกเทศมนตรีเมืองกำแพงเพชร นายไพรัช ตันนิติสุภวงศ์นายกเมืองหนองปลิง นายนเรศ อินทปัตย์ นายกเทศบาลตำบลเทพนคร 

ซึ่งในที่ประชุมได้มีระเบียบวาระสำคัญเกี่ยวกับปัญหาสุนัขจรจัดภายในเขตอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรซึ่งที่ประชุมได้สรุปแนวทางการแก้ปัญหาสุนัขจรจัดภายในอุทยานประวัติศาสตร์ในระยะสั้นและระยะยาว

จากการรายงานของนายบัณฑิต หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ทราบว่าปัจจุบันมีสุนัขจรจัดอยู่ในเขตพื้นที่ อำเภอเมืองมากที่สุดประมาณ 2000 กว่าตัว กระจายอยู่ในเขตพื้นที่ของเทศบาลเมืองกำแพงเพชรเทศบาลตำบลนครและ 10% กระจายอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่งที่ผ่านมาสุนัขกำจัดเหล่านี้ได้ก่อปัญหาให้กับนักท่องเที่ยวในด้านความปลอดภัยและในด้านข้อกฎหมายของอุทยานประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นมรดกโลกจึงมีกฎหมายคุ้มครองอุทยานที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบสุนัขภายในอุทยานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และที่ผ่านมาประชาชนที่มีจิตใจเมตตาต่างก็นำอาหารไปให้สุนัขเหล่านี้ภายในอุทยานจึงทำให้ปริมาณของสุนัขนั้นเพิ่มมากขึ้นและก่อปัญหาให้กับพื้นที่และนักท่องเที่ยวดังกล่าว

และผลสรุปในที่ประชุมเบื้องต้นได้แก้ไขปัญหาระยะสั้นโดยการอพยพสุนัขภายในเขตอุทยานกระจายไปยังสถานที่พักพิงชั่วคราวที่ตำบลไตรตรึงษ์ และบ้านรักสุนัขของเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ซึ่งขณะนี้นายกเทศมนตรีขออนุญาตปรับปรุงแนวเขตรั้วกั้นให้เรียบร้อยเสียก่อน และในส่วนระยะยาวเทศบาลตำบลเทพนคร พร้อมที่จะปรับพื้นที่รองรับสุนัขจรจัดได้ปริมาณ 300 ตัวบนเนื้อที่4ไร่ ในส่วนของเทศบาลเมืองกำแพงเพชรก็จะรับไปดำเนินการก่อนในเบื้องต้น 50 ตัว ตำบลไตรตรึงษ์ 30 ตัว และให้ที่ประชุมได้จัดหาผู้ดูแลจำนวนหนึ่งท่านให้กับศูนย์พักพิงตำบลไตรตรึงษ์ 

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาสุนัขได้ทำร้ายนักท่องเที่ยวต่างชาติหนึ่งรายเป็นผลส่งให้มีการร้องเรียนผ่านยังหน่วยงานและอันอาจนำไปสู่ข้อกฎหมายในด้านการรับรองเป็นอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก และอาจจะนำมาซึ่งการถูกถอดถอนออกจากมรดกโลกได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีบางประเทศได้ถูกดำเนินการถอดถอนไปแล้ว

ด้าน สส.ไผ่ ลิกค์ ได้กล่าวฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งปศุสัตว์และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องนั้นได้ร่วมกันพิจารณาถึงการแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดที่เกิดขึ้นภายในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นที่พึงพอใจของพี่น้องประชาชนที่สั่งมีจิตใจเมตตา ต่อสัตว์โลก ร่วมกัน 

ขณะที่นายสุรสิทธิ์ ได้กล่าวสนับสนุนถึงแนวทาง การแก้ปัญหาสุนัขในเมือง 200 ตัวไม่น่าจะเกินความสามารถและสุนัขเหล่านี้ส่วนหนึ่งหากมีบุคคลที่รักสุนัขก็สามารถที่จะนำมาเลี้ยงปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ได้ ซึ่งก็คงทำความเข้าใจประกาศให้ประชาชนที่ต้องการสุนัขนำไปเลี้ยงต่อได้ขณะเดียวกันหากการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นเรื่องที่พักพิงชั่วคราว ซึ่งหากไม่รบกวนใคร ก็พร้อมที่จะสนับสนุน กับการแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ในบ้านเรา