เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ผู้สื่อข่าวงรายงานว่า พล.อ.ศราวุธ จันทร์พุ่ม ผู้บัญชาการหน่วย บัญชาการทหารพัฒนา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี พล.ต.อภิรัชฎ์ รามนัญ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พ.อ.มหิธร บุญครอง ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 15สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ดร.พงศกร มงคลหมู่ นายกอบต.รางจรเข้ ชัช ตลาดไท ผู้บริหารสมาคมอยุธยารวมใจ หัวหน้าส่วนราชการใน ร่วมลงพื้นที่

ทั้งนี้ได้ทำการมอบถุงยังชีพ น้ำดื่มสะอาดที่ผลิตโดยรถประปาสนาม และอาหารกล่องปรุงสุกใหม่ที่ประกอบโดยรถครัวสนามของหน่วย แก่ประชาชน ผู้ประสบภัยกว่า 200 ครัวเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครัวเรือน ที่เข้าถึงได้ยากลำบาก ที่ต.รางจรเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ในการนี้ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ทุกนายเฝ้า ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ประสานการปฏิบัติกับทุกภาคส่วนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเข้าให้ความ ช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่าง ทันท่วงที่


สำหรับ อ.เสนา แบ่งเขตการปกครองเป็น 17 ตำบล 132 หมู่บ้าน 24 ชุมชน พื้นที่ทั้งหมด 205. 567 ตารางกิโลเมตร ประชากรประมาณ 65,000 คน สภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่ม มีแม่น้ำน้อยไหล ผ่านระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เมื่อถึงฤดูน้ำหลากช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนจะเริ่มได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยเมื่อเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาทเริ่มระบายน้ำที่ 600 ถึง 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตำบลบ้านกระทุ่ม หัวเวียงเริ่มได้รับผลกระทบน้ำเข้าให้กุนบ้าน ซึ่งในปี 2568 นี้

ข้อมูล ณ ปัจจุบัน มีการระบายน้ำท้ายเชื่อนเจ้าพระยาอัตรา 2,400ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้บ้านเรือนของราษฎรที่ตั้งอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำน้อยได้รับผลกระทบ จำนวน 17 ตำบล 131 หมู่บ้าน 4 ชุมชน 9,558 หลังคาเรือน และในยอดนี้มีบ้านที่น้ำท่วมพื้นบ้านแล้ว จำนวน 399 หลังคาเรือน ถนุนสายหลักภายในพื้นที่ยังไม่ได้รับ โปน้าผลกระทบจากสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งแต่ถนนสายรองซอยเข้าบ้านที่ใช้สัญจรภายในหมู่บ้านเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว จำนวน 42 สาย วัดจำนวน 10 แห่ง มัสยิดจำนวน 1 มัสยิด โรงเรียนจำนวน 7 แห่ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจำนวน 2 แห่ง และปัจจุบันมีประชาชนผู้ประสบภัยเสียชีวิตจากกรณีจมน้ำ จำนวนทั้งสิ้น 5 ราย ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคมถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2568จำนวนบ้านเรือนทั้งหมด 24,472 หลังคาเรือน ได้รับผลกระทบ 9,558 หลังคาเรือน คิดเป็นร้อยละ 39.10 และมีประชากรได้รับผลกระทบ 28,149 คน จากประชากรทั้งหมด 64,653 คน คิดเป็นร้อยละ 43.54