เมื่อวันที่ 8 ต.ค. จากกรณีเกิดอุบัติเหตุระหว่างเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพเรือ ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นทราบว่าเป็นเครื่องบินตรวจการณ์แบบที่ 1 Cessna O-2 (T-337) ของกองทัพเรือ มีปัญหาระบบล้อกางไม่สมบูรณ์ จอดขวางรันเวย์สนามบินภูเก็ต โดยคาดว่าจะทำการเคลื่อนย้ายแล้วเสร็จในเวลา 15.30 น. หรืออาจเร็วกว่านั้น ทำให้เครื่องเครื่องสายการพาณิชย์ ไม่สามารถลงจอดที่สนามบินภูเก็ตได้ในช่วงนี้

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เครื่องบินที่กีดขวางรันเวย์เป็นของกองทัพเรือ เป็นเครื่อง T-337 ซึ่งกำลังขึ้นปฏิบัติภารกิจตามปกติในการลาดตระเวนทางทะเลในการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลักลอบลำเลียงยาเสพเข้ามาทางทะเล หรือการป้องกันระวังการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศไทย โดยเครื่องดังกล่าวมีปัญหาในระบบล้อ ทำให้กีดขวางรันเวย์ขึ้นลงของสนามบิน ขณะนี้กองทัพเรือจะได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อทำการเคลื่อนย้ายเครื่องบินดังกล่าว เพื่อไม่ให้กีดขวางรันเวย์ และลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน

“กองทัพเรือต้องขออภัยพี่น้องประชาชนที่ทำให้เกิดความไม่สะดวก เนื่องจากระบบล้อของเครื่องบินเกิดปัญหา ซึ่งขณะนี้ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปเคลื่อนย้ายให้พ้นการกีดขวางรันเวย์โดยเร็ว” โฆษกกองทัพเรือ กล่าว

สำหรับเครื่องบิน T-337 เป็นเครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่ 1 หรือ Cessna O-2 Skymaster สังกัดกองทัพเรือ ประจำการมาแล้ว 42 ปี

ขณะที่ นายมนต์ชัย ตะโหนด ผอ.ท่าอากาศยานภูเก็ต เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.20 น. พบว่ามีเครื่องบินทหาร ลงจอดที่สนามบินภูเก็ต แต่ประสบปัญหาล้อไม่กางขณะลงจอด ทำให้เครื่องค้างอยู่บนทางวิ่ง (รันเวย์) อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่จากเหตุดังกล่าว ทำให้ต้องปิดทางวิ่ง เพื่อนำเครื่องบินลำดังกล่าวออกมา คาดจะใช้เวลาในการกู้เครื่องบินประมาณ 3 ชม. เพราะสนามบินภูเก็ตมีรันเวย์เดียว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบิน 30-40 ไฟลต์

ทั้งนี้แจ้งให้เครื่องบินที่จะลงจอด ไปลงจอดที่สนามบินสำรอง เช่น สนามบินกระบี่ ซึ่งมีความสามารถในการรองรับเครื่องบินพาณิชย์ได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบัน มีเครื่องบินใช้บริการสนามบินภูเก็ตทั้งของไทยและต่างประเทศ อยู่ประมาณ 60 สายการบิน ส่วนผู้โดยสารสามารถเรียกร้องค่าชดเชยกับสายการบินได้ตามกฎหมาย.