สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 10 ต.ค. รัฐบาลอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า “ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง” ร่วมกันลงนามในข้อตกลงระยะแรกของแผนสันติภาพ ตามแนวทางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยจะมีการส่งกลับตัวประกันทั้งหมด “ไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้ว” กลับคืนให้แก่อิสราเอล ภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง กล่าวคือ ภายในวันจันทร์ที่ 13 ต.ค. นี้


การเห็นชอบและลงนามโดยผู้มีอำนาจของอิสราเอล หมายความว่า ข้อตกลงระยะที่หนึ่งมีผลอย่างเป็นทางการ เนื่องจากกลุ่มฮามาสลงนามไปก่อนแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้น แหล่งข่าวระดับสูงกล่าวว่า ในระยะที่หนึ่งของข้อตกลง กลุ่มฮามาสจะปล่อยตัวประกัน “ที่ยังมีชีวิตอยู่” ประมาณ 20 คนก่อน จากการที่ศพของตัวประกันซึ่งเสียชีวิตแล้ว มีแนวโน้มสูงที่ค้นหายากลำบาก ส่วนอิสราเอลจะถอนทหารราวครึ่งหนึ่งออกไปยังแนวเส้นที่ตกลงกัน และปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์เกือบ 2,000 คน


นอกจากนี้ อิสราเอลจะเปิดทางให้รถบรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่ฉนวนกาซา ราว 400 คัน ทยอยเข้าสู่ฉนวนกาซา ภายในช่วง 5 วันแรกของข้อตกลง


อย่างไรก็ตาม เนื้อหาส่วนอื่นหรือประเด็นอื่นของข้อตกลง รวมถึงเส้นทางสู่การบรรลุข้อตกลงระยะที่สอง ยังไม่มีความชัดเจนว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วหรือไม่ หรือมีความคืบหน้าอย่างไร


มีรายงานด้วยว่า กลุ่มฮามาสยื่นรายชื่อนักโทษที่ต้องการให้อิสราเอลปล่อยตัว หนึ่งในนั้นคือ นายมาร์วาน บาร์กูตี ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคฟาตาห์ ที่เป็นพรรครัฐบาลของประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ พร้อมทั้งย้ำว่า กลุ่มฮามาสต้องการ “หลักประกันอย่างเป็นทางการ” จากสหรัฐและทุกประเทศที่สนับสนุนการเจรจา ว่าสงครามในฉนวนกาซา “จะยุติอย่างถาวร” แตแหล่งข่าวบางส่วนบอกว่า บาร์กูตีจะยังไม่ได้รับการปล่อยตัว.

เครดิตภาพ : AFP