เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 68 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางสาวเจ๊ะปารีดะ บือราเฮง อายุ 36 ปี เดินทางมาจาก จ.นราธิวาส เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่า สามีคือ อส.อ.ฮามี บือราเฮง อายุ 37 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลกะลุวอ (ชคต.กะลุวอ) หมู่ 4 (บ้านกลูเเบสาลอ) ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 68 เวลา 04.30 น. ขณะที่สามีปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรอยู่ที่ป้อมยาม ฐานชุดคุ้มครองตำบลกะลุวอ ได้ถูกอาวุธปืนยิงที่ด้านหลังศีรษะฝั่งซ้ายในระยะประชิด กระสุนฝังใน ได้รับบาดเจ็บสาหัส
หัวหน้าชุดโทรฯ มาบอกตนให้รีบไปที่โรงพยาบาลและบอกว่า “ปืนลั่น” แพทย์ผ่าตัดเอากระสุนออก แต่ยังมีเศษกระสุนอยู่จุดสำคัญในศีรษะที่เอาออกไม่ได้ ตอนนี้ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ICU ผ่านมา 24 วันแล้ว สามีได้แต่นอนลืมตาไม่รับรู้หรือตอบสนอง หายใจเองไม่ได้ ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ร่างกายซีกขวาเคลื่อนไหวไม่ได้ แพทย์ให้ทำใจหากอาการดีขึ้น แต่ก็จะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ตนและครอบครัวติดใจสงสัยสาเหตุว่าจะเกิดจากปืนลั่นจริงหรือไม่ เพราะเพื่อนที่เป็นคู่เวรอยู่บนหอสูงใกล้กัน บอกว่าสามีอยู่ในป้อมยามด้านหน้าคนเดียวพร้อมอาวุธปืนอาก้า (AK) ประจำกายกระบอกเดียว ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น จึงรีบมาดูพบว่าสามีถูกยิงนอนจมกองเลือดอยู่

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทำไมถึงถูกยิงจากด้านหลัง และตนพอทราบมาซึ่งไม่รู้ข้อเท็จจริงแน่ชัดว่า ในที่เกิดหตุเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพบปลอกกระสุนปืนถึง 2 ชนิด คือ ปลอกกระสุนปืนอาก้า (AK) ขนาด 5.56 มม. และปลอกกระสุนปืนสั้นขนาด 9 มม. แต่สามีตนอยู่ตรงนั้นเพียงคนเดียวและมีเพียงปืนอาก้ากระบอกเดียว ส่วนปลอกกระสุน 9 มม. ไม่ทราบว่าเป็นของใครและมาจากไหน และยังไม่ทราบว่ากระสุนปืนที่แพทย์ผ่าตัดออกจากศีรษะของสามีเป็นกระสุนปืนชนิดใด ตนสงสัยว่าเรื่องนี้จะมีเงื่อนงำหรือไม่ เพราะถึงตอนนี้ตำรวจและฝ่ายปกครองยังไม่มีใครให้ข้อมูลอะไรกับตนได้เลย ตนจึงมาขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรม ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงที่สามีถูกกระสุนปืนยิงจากด้านหลังศีรษะนี้ด้วย

หลังรับเรื่องนางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.ภัควัฒน์ วันสนุก ผกก.สภ.ตันหยง แล้ว และจะประสาน พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เพื่อให้ช่วยติดตามเรื่องนี้ เพื่อให้ความเป็นธรรมและให้ความกระจ่างกับภรรยาและครอบครัวของอาสาที่บาดเจ็บรายนี้ต่อไป



