เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.สระแก้ว ได้มีการประกาศให้มีการซ้อมแผนการอพยพประชาชนตามอำเภอแนวชายแดน ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวพื้นที่ปลอดภัยนั้น
ขณะที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ ยังไม่พบว่าให้ประชาชนมีการซ้อมแผนอพยพแต่อย่างใด เนื่องจากก่อนหน้านั้นแต่ละพื้นที่ได้มีการซักซ้อมและเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ตลอดเวลาอยู่แล้ว โดยเฉพาะประชาชนที่มีการเตรียมเสื้อผ้า สัมภาระ สิ่งของจำเป็นไว้บนรถยนต์ส่วนตัวมานานร่วม 2 เดือนแล้ว ก็ยังไม่มีสงครามเกิดขึ้น จนบางคนต้องเอาเสื้อผ้าออกมาซักหลายรอบแล้ว กลัวจะอับชื้นและขึ้นรา
แม้สถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียด จะยังปกติอยู่ แต่ผู้นำชุมชน พร้อมด้วย จนท.ชรบ.หมู่บ้านด่าน และจิตอาสาหมู่บ้านด่าน ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ก็ยังคงเดินลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่ในหมู่บ้าน เพื่อรักษาความปลอดภัย และเฝ้าสังเกตการณ์บุคคลแปลกหน้าที่อาจจะแอบแฝงเข้ามาในพื้นที่และโดรนปริศนาที่บินข้ามแดนมาจากฝั่งกัมพูชาในทุกๆ คืน
ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 4-5 ทุ่ม ก็พบว่ามีโดรนจากฝั่งกัมพูชาบินเข้ามาในพื้นที่เหนือท้องฟ้าหมู่บ้านด่าน ต.ด่าน อ.กาบเชิง ประมาณ 4-5 ลำอีกด้วย
ส่วนที่บริเวณย่านตลาดการค้าชายแดนช่องจอม เป็นไปอย่างเงียบเหงา ร้านค้าส่วนใหญ่ปิดตัว มีเพียงร้านค้าขายของสด สิ่งของอุปโภค-บริโภคบางร้านเท่านั้นที่ยังคงเปิดขายอยู่ท่ามกลางความเงียบเหงา ไร้เงานักท่องเที่ยว



