สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่า พืชดอกเกือบทั้งหมดในยุโรป ต้องพึ่งพาแมลงผสมเกสรตามธรรมชาติ โดยเฉพาะผึ้ง แต่การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทำให้สัตว์สำคัญหลายชนิดใกล้สูญพันธุ์
ข้อมูลอัปเดตล่าสุดในบัญชีแดงของไอยูซีเอ็น แสดงให้เห็นว่า ผึ้งป่าอย่างน้อย 172 สายพันธุ์ จาก 1,928 สายพันธุ์ ที่ได้รับการประเมิน เผชิญกับการสูญพันธุ์ในยุโรป เมื่อเทียบกับ 77 สายพันธุ์ ในปี 2557
???? BREAKING NEWS: European pollinators in peril!
— IUCN (@IUCN) October 11, 2025
New IUCN European Red List assessments launched at #IUCNcongress show nearly 100 more wild bee species now threatened. ????
Butterfly extinction risk up 76% in a decade. ????
???? Pollinators are vital to food, ecosystems &… pic.twitter.com/yL6Y7l6teu
“ประชากรผึ้งป่าลดลงอย่างมาก และไม่สามารทดแทนได้ง่าย ด้วยอาณานิคมผึ้งที่ได้รับการจัดการ ซึ่งหากผึ้งป่าหายไป พืชป่าหลายชนิดก็อาจตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน” นายเดนิส มิเชซ จากมหาวิทยาลัยมอนส์ ผู้นำการวิจัยผึ้งป่า กล่าว
นอกจากนี้ การประเมินของไอยูซีเอ็นยังเผยให้เห็นว่า จำนวนสายพันธุ์ผีเสื้อในยุโรปที่ตกอยู่ในความเสี่ยง เพิ่มขึ้น 76% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งสายพันธุ์ผีเสื้อมากกว่า 40% ที่มีถิ่นกำเนิดเฉพาะในทวีปนี้ และไม่พบที่อื่นในโลก ถูกจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ หรือใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
ขณะที่ นางเกรเทล อากีลาร์ ผู้อำนวยการไอยูซีเอ็น กล่าวว่า นอกจากความสวยงามและความสำคัญทางวัฒนธรรม แมลงผสมเกสรอย่างผึ้ง และผีเสื้อ ยังถือเป็น “เส้นชีวิต” สำหรับระบบสาธารณสุข ระบบอาหาร และเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



