เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลกลงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย สาขาสิงหวัฒน์ ได้ออกหน่วยบริการเคลื่อนลงแอปพลิเคชันเป๋าตัง และ ลงทะเบียนให้ชาวบ้านตำบลบ้านกร่าง ซึ่งมีประชาชนรอรับบริการกว่า 500 คน ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ที่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องโทรศัพท์ โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารพบปัญหา บางรายเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ เปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ใหม่ จึงไม่สามารถลงทะเบียนหน่วยเคลื่อนที่ได้ ต้องไปติดต่อที่ธนาคารเท่านั้น บางคนยังใช้โทรศัพท์รุ่นเก่า และผู้สูงอายุหลายรายไม่เข้าใจการใช้โทรศัพท์และแอปพลิเคชันเป๋าตัง ต้องให้ลูกหลานทำให้

นางเฮียง ฤทธิรอน อายุ 70 ปี ชาวตำบลบ้านกร่าง กล่าวว่า ตนเองเดินทางมาเพื่อลง แอปพลิเคชัน เป๋าตังค์ เจ้าหน้าที่ธนาคารได้อำนวยความสะดวกลง แอปเป๋าตัง และสมัครเป็นที่เรียบร้อย ตนเองดีใจมาก เนื่องจากครั้งที่แล้วตนเองไม่ได้ 10,000 บาท จากรัฐบาล โครงการคนละครึ่งมองว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกจุด รัฐบาลและประชาชนช่วยกันขับเคลื่อน ดีกว่าที่จะแจกเงินสดเพราะชาวบ้านที่ได้รับส่วนใหญ่จะเก็บเงินไม่ออกมาใช้จ่าย
จากการลงพื้นที่ผู้สื่อข่าวพบว่าผู้สูงอายุใช้โทรศัพท์รุ่นปุ่มกด ไม่มีอินเตอร์เน็ต จึงไม่สามารถลงแอปเป๋าตังได้ และยังไม่เข้าถึงการประชาสัมพันธ์ของโครงการคนละครึ่งว่าตนเองรับสิทธิได้ทางใดกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ถือบัตรคนจนจะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม 1,700 บาทต่อเดือน รวมกับเงินเดิม 300 บาท ทำให้ได้รับรวม 2,000 บาทต่อเดือน ในงวดเดียว โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ กลุ่มใช้แอปเป๋าตัง สำหรับสิทธิที่ต่างจากเดิม คือช่วงอายุผู้เข้าร่วมโครงการ เริ่มตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป จากเดิมอายุ 18 ปี โดยผู้มีสิทธิจะได้รับเงินในการใช้จ่าย กลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีได้สิทธิรวม 2,000 บาท กลุ่มที่อยู่ในระบบภาษี จะได้ 60% หรือ 2,400 บาท โครงการคนละครึ่งให้ประชาชนไปซื้อของ รัฐบาลออกให้ครึ่งหนึ่ง เดิมวันละ 150 บาท เป็น 200 บาท คือ รัฐบาลสมทบ 200 บาท ประชาชนมีส่วนร่วม 200 บาท



