เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 17 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาลนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2543 และ 2544 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังการหารือกับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ถึงแนวทางการยกเลิก MOU 2543-2544 ว่า เป็นการประชุมร่วมกันของทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วน ที่นำโดยนายบวรศักดิ์ ทุกคนทำหน้าที่ได้ดีมาก ส่วนแนวโน้มในที่ประชุมเห็นได้ถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งฝั่งความมั่นคงและรัฐบาล ทำให้มั่นใจได้ว่าทั้งรัฐบาลและประเทศไทย จะมีความพร้อมมากไม่ว่าผลการทำประชามติจะออกมาในรูปแบบใด จะทำให้เราได้เปรียบมากขึ้นในทุกสถานการณ์หรือไม่ หลังจากนี้ทุกฝ่ายจะกลับไปทำการบ้าน
เมื่อถึงข้อสรุปการยกเลิก MOU 2543 และ 2544 จะใช้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือการทำประชามติขอความเห็นประชาชน นายไชยชนก กล่าวว่า ในปัจจุบัน ยังเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล คือการทำประชามติ แต่ได้มีการเตรียมความพร้อมรับผลของประชามติ จะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก หรือต้องปรับปรุง รวมถึงด้านต่างประเทศหากเกิดการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก MOU หรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น เรามีความพร้อม ดังนั้นการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันนี้ ทิศทางเป็นไปในทางบวก และไทยพร้อมรับมือมากขึ้นกับทุกสถานการณ์ ทั้งนี้ สถานการณ์จะดีขึ้นแน่ เพราะทุกคนกำลังร่วมมือกัน
นายไชยชนก กล่าวต่อว่า นายบวรศักดิ์ ยังได้กำชับหน่วยงานด้านความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศ ให้เตรียมศึกษาสถานการณ์ทุกรูปแบบ และต้องให้ความเป็นธรรมเจ้าหน้าที่ เพราะทุกฝ่ายทำตามนโยบายรัฐบาลนั้นๆ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศก็ได้แจ้งว่าที่ผ่านมา กระทรวงพยายามทำตามนโยบายทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ไปศาลโลก แต่ขณะนี้ไม่ใช่ว่านโยบายของรัฐบาลจะไปสู้ในศาลโลก แต่นายบวรศักดิ์ ก็ได้ให้นโยบายว่าเราต้องมีความพร้อม ไม่ว่าเรื่องจะไปสู่ศาลโลกหรือไม่ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะทำการบ้านเพิ่มเติม หากต้องไปศาลโลก เพื่อให้ไทยไม่เสียเปรียบ
เมื่อถามว่าแนวทางการทำประชามติ จากที่เดิมมีแค่ยกเลิกหรือไม่ยกเลิก จากการประชุมวันนี้ จะมีการเพิ่มเรื่องการปรับปรุง MOU ใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ยังมีอีกหลายแนวทาง แต่ในรายรายเอียด ขอให้แต่ละฝ่ายไปทำการบ้านเพิ่มเติม เพื่อนำกลับมาเสนออีกครั้ง ไม่เช่นนั้นจะเป็นการกดดัน แต่ยืนยันว่า MOU 2543 และ 2544 มีการแยกศึกษาที่ไม่ใช่การเหมารวม ตรงไหนได้เปรียบหรือมีข้อกังวล ทุกอย่างจะถูกนำมาพิจารณาทั้งหมด
เมื่อถามต่อว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงมีความกังวลอะไรหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ทุกฝ่ายมีความเป็นห่วง และมีความตั้งใจที่จะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น ยืนยันว่าระหว่างรัฐบาล กระทรวงกลาโหม หน่วยงานด้านความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศ มีความสัมพันธ์ ความสามัคคีที่ดีขึ้น ในการที่จะร่วมการแก้ปัญหา
เมื่อถามอีกว่าแนวทางหากมีการยกเลิก MOU จะเป็นอย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า ที่ประชุมมีการหารือว่าจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการ เพื่อเสนอข้อมูลเชิงลึก และหากมีการยกเลิกมีหลายรูปแบบ ไม่ใช่เพียงการฉีก MOU แต่จะต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการยกเลิกด้วย.



