สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 19 ต.ค. โดยอ้างอิงจาก “โคเรีย ไทม์ส” ว่าหน่วยข่าวกรองทางการเงินเกาหลีใต้ (เอฟไอยู) ภายใต้คณะกรรมาธิการบริการการเงิน กำลังพิจารณาและเตรียมกำหนดให้บุคคลและธุรกิจ ซึ่งต้องสงสัยพัวพันกับขบวนการอาชญากรรมในกัมพูชา เป็น “นิติบุคคลที่มีข้อจำกัด” ซึ่งจะส่งผลให้มีการอายัดทรัพย์สินและบล็อกธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงสกุลเงินดิจิทัล โดยคาดว่าจะมีการประกาศการตัดสินใจอย่างเป็นทางการภายในสิ้นเดือน ต.ค. นี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลเกาหลีใต้เกิดขึ้น หลังหน่วยงานสอบสวนของกระทรวงการคลังสหรัฐ และรัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศมาตรการคว่ำบาตร ปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป บริษัทลงทุนข้ามชาติซึ่งมีฐานอยู่ในกัมพูชา และกิจการทั้งหมดในเครือซึ่งรวมถึงปรินซ์ แบงก์ และขึ้นบัญชีดำพร้อมทั้งตามล่าตัวนายเฉิน จื้อ นักธุรกิจซึ่งถือสัญชาติจีน สหราชอาณาจักร และกัมพูชา ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นเจ้าของกิจการ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐยังใช้อำนาจตามกฎหมาย ยึดบิตคอยน์ทั้งหมดของปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ที่มีมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 492,150 ล้านบาท) เนื่องจากเป็น “เงินผิดกฎหมาย” ที่มาจากกิจกรรมสแกมเมอร์ และกระทรวงการคลังสหรัฐตัด “ฮุยวัน กรุ๊ป” บริษัทซึ่งนายฮุน โต หลานชายของสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา มีชื่ออยู่ในตำแหน่งระดับสูง
นอกจากนี้ เอฟไอยูยังวางแผนที่จะขยายการสอบสวนกิจกรรมฟอกเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในสิ้นปีนี้
ยิ่งไปกว่านั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้กำลังสืบสวนรายงาน ว่า ปรินซ์ กรุ๊ป เคยเปิดสำนักงานในย่านกังนัมของกรุงโซล โดยชื่อ “คิงเมน เรียล เอสเตต กรุ๊ป” ซึ่งต้องสงสัยเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการล่อลวงชาวเกาหลีใต้เข้าสู่ขบวนการสแกมเมอร์.
เครดิตภาพ : AFP



