สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ว่า งบประมาณที่ไม่เพียงพอสำหรับโครงการป้องกันโรคมาลาเรียที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความพยายามในการต่อสู้กับโรคที่มียุงเป็นพาหะ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนหลายแสนราย และสร้างความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
กลุ่มพันธมิตร “แอฟริกัน ลีดเดอร์ส มาลาเรีย อัลไลแอนซ์” หรือ “อัลมา” (ALMA) และองค์กรการกุศล “มาลาเรีย โน มอร์ ยูเค” ระบุในรายงานฉบับใหม่ว่า แอฟริกาจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากทวีปคิดเป็น 95% ของผู้ป่วยโรคมาลาเรีย ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนราว 590,000 รายทั่วโลก เมื่อปี 2566 อีกทั้งหลายประเทศในแอฟริกา รายงานจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากฝนตกหนัก
Malaria remains one of Africa’s top killers of children.
— Health Policy Watch – Global Health News Reporting (@HealthPolicyW) October 12, 2025
Without bold financing & leadership, we risk losing decades of progress.
The @GlobalFund replenishment will decide whether we advance—or retreat—in the fight.
INSIDE VIEW: @duma_boko @ALMA_2030https://t.co/axPCSuDs28
แม้รายงานที่เผยแพร่ก่อนถึงการประชุมในวันที่ 21 พ.ย. นี้ ณ แอฟริกาใต้ เพื่อระดมเงินสนับสนุนที่ครอบคลุมการใช้จ่ายด้านโรคมาลาเรีย 59% ระบุว่า อัตราการเสียชีวิตจากโรคมาลาเรีย ลดลง 50% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แต่เงินทุนที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ความคืบหน้าในการต่อสู้กับโรคมาลาเรียชะงักงัน
“สถานการณ์รุนแรงที่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างมาบรรจบกันพอดี ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การเติบโตของประชากร การดื้อยาและยาฆ่าแมลงที่เพิ่มขึ้น การชะงักงันทางการค้า และความไม่มั่นคงทั่วโลก บ่อนทำลายประสิทธิภาพของการแทรกแซงโรคมาลาเรียมากขึ้น” รายงานระบุเสริม
ทั้งนี้ รายงานโรคมาลาเรียโลก ฉบับปี 2567 ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า จำนวนผู้ป่วยโรคมาลาเรียทั่วโลกในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 263 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 11 ล้านคนจากปีก่อนหน้า.
เครดิตภาพ : AFP



