เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผบ.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผบช.ปส. พร้อมผู้บังคับบัญชาจากหน่วยงานความมั่นคง เข้าร่วมแถลงข่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นภัยร้ายทำลายชีวิตคนไทยและเป็นปัญหาความมั่นคงที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง โดยได้มอบนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการเชิงรุก ขจัดยาเสพติดให้สิ้นซาก พร้อมแสวงหาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง แหล่งผลิต และเส้นทางลำเลียง
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หน่วยงานความมั่นคงต้องปรับระบบและวิธีการทำงานให้ทันต่ออาชญากรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่มีเทคโนโลยีสูง พร้อมย้ำว่าการทำงานเชิงบูรณาการระหว่างตำรวจ ทหาร และ ป.ป.ส. ต้องดำเนินต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
ภายใต้ยุทธการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศระหว่างวันที่ 9–20 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 16 ราย จาก 10 คดีสำคัญ ยึดของกลางมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า 33.84 ล้านเม็ด ไอซ์ 800 กิโลกรัม คีตามีน 500 กิโลกรัม พร้อมทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อยึดทรัพย์เครือข่ายผู้บงการ ซึ่งเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ
ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สามารถกวาดล้างเครือข่ายใหญ่สำคัญหลายพื้นที่โดย บก.สกส. จับยกครัว กรณีครอบครัว 4 คน พ่อ–แม่–ลูก–ลูกสะใภ้ ร่วมกันขนยาบ้า 6 ล้านเม็ด ซุกในรถบรรทุกของเก่า จากลำปางไปสุพรรณบุรี ถูกจับได้ที่นครสวรรค์ ก่อนตรวจด้วยเครื่อง X-ray พบยาเต็มคันรถ อีกคดีเจ้าหน้าที่ บก.ปส.1 ทลายเครือข่าย “สงครามส่งด่วน” ยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด พร้อมไอซ์และคีตามีนรวมกว่า 1 ตัน จากโกดังในสุพรรณบุรีและเพชรบูรณ์ จับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 5 คน และขยายผลถึงผู้บงการระดับบน
ขณะเดียวกัน บช.ปส.3 จับกุมเครือข่ายภาคเหนืออีก 4 คดี ยึดยาบ้ากว่า 11.36 ล้านเม็ด ไอซ์ 300 กิโลกรัม พบซุกตามป่าริมทางและรถบรรทุกในเชียงราย–เชียงใหม่ ซึ่งหลายจุดเป็นเส้นทางลำเลียงใหม่แทนภาคตะวันตก ส่วนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) สกัดจับเครือข่าย “ไม้สั้นเชียงราย” ได้อีก 6.48 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 4 คน ในพื้นที่แม่จัน–เชียงแสน เชื่อมโยงขบวนการใหญ่ชายแดนเหนือ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ยาเสพติดยังคงทะลักเข้าประเทศถือเป็นความล้มเหลวของระบบหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “ต้องเข้าใจก่อนว่ายาเสพติดไม่ได้ผลิตในประเทศไทย ผลิตอยู่ต่างประเทศ ถ้าอยู่ในไทย เราจับได้หมดแล้ว การที่เราจับได้เพิ่มมากขึ้น แปลว่าซัพพลายจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น และเราก็ตรวจจับได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นสัญญาณของประสิทธิภาพ ไม่ใช่ความล้มเหลว”
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ขบวนการค้ายาเสพติดมีการเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงตลอดเวลา จากเดิมภาคเหนือและตะวันตก มาสู่ภาคอีสาน แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนเส้นทางอย่างไร “ก็ไม่รอดจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไทย” พร้อมย้ำว่าการจับกุมยามากกว่า 30 ล้านเม็ดสะท้อนถึงความเข้มข้นของการทำงาน “รัฐบาลนี้เป็นศัตรูกับขบวนการค้ายาเสพติดอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือสแกมเมอร์ เราเอาจริงทุกทาง” นายอนุทิน กล่าวย้ำ
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่พบครอบครัวร่วมกันขนยา ว่านี่คือความโหดร้ายของขบวนการยาเสพติด ที่ทำให้คนในครอบครัวขาดจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี และยืนยันว่า “รัฐบาลนี้จะไม่ปรานีต่อผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ว่าฐานะใดก็ตาม”
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสี่ยงชีวิตเพื่อชาติ ผลงานทั้งหมดคือความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และ ป.ป.ส. ซึ่งจะเดินหน้าปราบปรามต่อเนื่อง เพื่อให้ยาเสพติดหมดไปจากสังคมไทยอย่างแท้จริง



