เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 68 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเพจ “หมอเจด” โดยระบุว่า

ช่วงนี้ใครรู้สึกว่าป่วยบ่อย เป็นหวัดง่าย แผลหายช้า หรือแค่เครียดนิดเดียวก็ป่วยเลยบ้างครับ?

บางคนคิดว่าเป็นเพราะอากาศเปลี่ยน บางคนโทษงานเยอะ แต่ความจริงแล้วภูมิคุ้มกันของร่างกายเราอาจกำลังอ่อนแอ

ที่น่ากลัว คือ มันมาจากพฤติกรรมประจำวัน ที่เราทำซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัวนี่แหละ

วันนี้ผมจะพาดูว่า 7 พฤติกรรมที่ทำให้ภูมิตกมีอะไรบ้าง และจะฟื้นฟูยังไงให้ภูมิกลับมาแข็งแรงอีกครั้งครับ

1.นอนดึก–นอนไม่พอ

เวลานอนคือช่วงที่ร่างกาย “ซ่อมแซมตัวเอง” ถ้าเรานอนไม่พอ ร่างกายจะหลั่งคอร์ติซอลมากขึ้น ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานแย่ลง ภูมิต้านทานก็ลด ใครที่นอนตีหนึ่ง ตีสองเป็นประจำ ระวังเลยครับ ภูมิจะตกเรื้อรังแบบไม่รู้ตัว

ดูแลตัวเองง่ายๆ : เข้านอนก่อนเที่ยงคืน พยายามนอนให้ครบ 7-8 ชม. และงดจอมือถือก่อนนอน 30 นาที จะช่วยให้หลับลึกขึ้น

2.ดื่มน้ำน้อย

น้ำมีส่วนสำคัญกับการทำงานของทุกระบบในร่างกาย โดยเฉพาะระบบขับของเสีย และระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าเราดื่มน้ำน้อย เลือดจะข้น ระบบไหลเวียนช้า เม็ดเลือดขาวเดินทางช้าตาม ทำให้จัดการเชื้อโรคได้ไม่ทัน บางคนป่วยบ่อยโดยไม่รู้ตัว เพราะแค่ไม่ยอมดื่มน้ำนี่แหละ

ดูแลตัวเองง่ายๆ : ดื่มน้ำเปล่าวันละ 6–8 แก้ว (หรือมากกว่านั้นถ้าเหงื่อออกเยอะ) และพกขวดน้ำไว้ใกล้ตัวเสมอ

3.เครียดสะสม

เวลาร่างกายเครียด ฮอร์โมนคอร์ติซอลจะพุ่งสูง มันไปกดภูมิคุ้มกันโดยตรง ทำให้เราป่วยง่าย และหลับยาก ความเครียดยังทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบเรื้อรัง เป็นจุดเริ่มของโรคหลายชนิด เช่น เบาหวาน ความดัน หรือภูมิแพ้

ดูแลตัวเองง่ายๆ : ฝึกหายใจลึก ๆ นั่งนิ่งวันละ 5 นาที ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมที่ช่วยให้ใจสบาย เพราะเมื่อใจสงบ ภูมิคุ้มกันก็จะแข็งแรงตามครับ

4.กินหวานจัด–ของแปรรูปเยอะ

น้ำตาลและไขมันทรานส์ในของแปรรูปคือศัตรูของภูมิคุ้มกัน มันไปลดประสิทธิภาพเม็ดเลือดขาว ทำให้กำจัดเชื้อโรคได้ช้า พอภูมิตกบ่อย ร่างกายต้องใช้สารอาหารอย่างวิตามิน C, E รวมถึงสังกะสี (Zinc) มากขึ้น ซึ่งช่วยให้เซลล์ภูมิคุ้มกันทำงานดี และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่อักเสบ

ดูแลตัวเองง่ายๆ : ลดของหวาน ขนมถุง น้ำอัดลม แล้วเพิ่มผักผลไม้หลากสี พร้อมอาหารที่มีสังกะสีอย่าง ไข่ ถั่ว เมล็ดฟักทอง หรือเนื้อไม่ติดมัน สารอาหารเหล่านี้จะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นจากภายในแบบธรรมชาติครับ

5.ไม่ขยับร่างกาย

การไม่ออกกำลังกายทำให้ระบบไหลเวียนเลือด และน้ำเหลือง (ที่เป็นเส้นทางของภูมิคุ้มกัน) ทำงานช้าลง ผลคือร่างกายกำจัดเชื้อโรคได้ช้ากว่าปกติ

ดูแลตัวเองง่ายๆ : เดินเร็ววันละ 30 นาที ขึ้นบันไดแทนลิฟต์ก็ได้ครับ แค่ “ขยับให้บ่อย” ก็ช่วยให้ภูมิทำงานดีขึ้นแล้วครับ

6.ใช้มือถือก่อนนอน

แสงฟ้าจากหน้าจอไปกดการหลั่งเมลาโทนินฮอร์โมนที่ช่วยให้หลับลึก เมื่อหลับไม่สนิท ระบบภูมิคุ้มกันก็ไม่มีโอกาสซ่อมแซมตัวเอง ใครที่นอนกอดมือถือทุกคืน ระวังนะครับ ภูมิจะค่อยๆ อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

ดูแลตัวเองง่ายๆ : ปิดหน้าจอก่อนนอน 30 นาที เปลี่ยนมาฟังเพลงเบาๆ หรืออ่านหนังสือแทนก็ได้นะ

7.ไม่รับแดด

วิตามิน D เป็นเหมือนกัปตันที่ช่วยสั่งการภูมิคุ้มกันให้ทำงานสมดุล ถ้าร่างกายขาด จะทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอและเสี่ยงติดเชื้อง่ายขึ้น แต่หลายคนอยู่แต่ในออฟฟิศ ไม่เคยโดนแดดเลย

ดูแลตัวเองง่ายๆ : ออกไปรับแดดเช้า (ก่อน 9 โมง) สัก 10–15 นาทีต่อวัน หรือถ้าไม่สะดวก ลองเสริมวิตามิน D ตามคำแนะนำแพทย์ดูนะครับ

ถ้าเราเริ่มปรับพฤติกรรมทีละนิด นอนให้พอ เครียดน้อยลง ดูแลตัวเองสม่ำเสมอ เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ และเสริมวิตามินที่เพิ่มภูมิอย่างเหมาะสม ร่างกายก็จะค่อยๆ ฟื้นสมดุล ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น และไม่ป่วยง่ายอีกต่อไปครับ.