เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ต.ค. ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายกิตติพงศ์ สุขจู อายุ 43 ปี ชาวอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เข้ายื่นเอกสารหลักฐานต่อ ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิ และนายชาญชัย ฉายบุ ที่ปรึกษามูลนิธิ เพื่อขอความเป็นธรรม หลังถูก พ.ต.ท. รองผู้กำกับสอบสวนรายหนึ่ง ซึ่งเป็นน้องเขยของตน ใช้อาวุธปืนยิงใส่ หวิดเอาชีวิตไม่รอด แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า
นายกิตติพงศ์ เล่าทั้งน้ำตาว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.00 น. ขณะตนอยู่ในบ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก สภ.ตุยง ได้มี พ.ต.ท.รายดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า “รองใหญ่” ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหาในสภาพมึนเมา และพูดจาโวยวายใส่ตน เมื่อเห็นท่าทีไม่ดีจึงรีบออกจากบ้านไป แต่คู่กรณีกลับเดินตามมา ก่อนจะชักอาวุธปืนออกมาเล็งยิงใส่ 1 นัด กระสุนเฉียดร่างไปเพียงไม่กี่เมตร

หลังจากนั้น “รองใหญ่” ยังพยายามจะยิงซ้ำ ก่อนจะขับรถยนต์ไฟฟ้าสีขาวหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ผู้เสียหายกล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับตำรวจท้องที่ แต่จนถึงขณะนี้คดีไม่คืบหน้า อีกทั้งยังรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะมีคนใกล้ชิดฝ่ายคู่กรณีมาเตือนว่า “อย่ามีเรื่องกับตำรวจ ระวังจะโดนยัดข้อหา”
ด้าน ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิฯ ระบุว่า ทางมูลนิธิจะติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด และจะสอบถามความคืบหน้าจากร้อยเวรเจ้าของคดี หากภายใน 7 วัน ยังไม่มีความชัดเจน จะพาผู้เสียหายเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ขณะที่ นายชาญชัย ฉายบุ (ทนายหนุ่ย) ที่ปรึกษามูลนิธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นตามภาพวงจรปิดและหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบว่าพฤติการณ์เข้าข่าย “พยายามฆ่า” โดยตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เก็บปลอกกระสุนไว้เป็นหลักฐานแล้ว ซึ่งสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ก่อเหตุได้ทันที



