พระบรมฉายาลักษณ์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ถูกบันทึกไว้ เป็นอีกเครื่องยืนยันได้อย่างเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยได้อย่างงดงามยิ่ง เป็นที่ประทับใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

จากการเผยแพร่บทความในหนังสือใต้ร่มพระบารมี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 บางช่วงบางตอนจากบทความดังกล่าวได้เผยแพร่ไว้ว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญการออกแบบเครื่องแต่งกายสตรีของโลกจำนวน 2,000 คน ต่างเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นหนึ่งใน 10 สุภาพสตรีที่แต่งกายงดงามที่สุดในโลก ในปี พ.ศ. 2503 และ พ.ศ. 2504 และทรงเป็นสุภาพสตรีที่แต่งกายงดงามที่สุดในโลก ในปี พ.ศ. 2506 และ พ.ศ. 2507 นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2508 ได้มีการจารึกพระนามาภิไธยในหอแห่งเกียรติคุณ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในฐานะที่ทรงเป็นหนึ่งใน 12 สุภาพสตรีที่แต่งกายงดงามที่สุดในโลก

เมื่อครั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรปอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2503 เพื่อทรงเจริญสัมพันธไมตรี พระองค์มีพระราชดำริว่า สตรีไทยในขณะนั้นไม่มีเครื่องแต่งกายที่เป็นชุดไทยหรือชุดประจำชาติเหมือนสตรีชาติอื่น ๆ เช่น ส่าหรี ของสตรีอินเดีย หรือกิโมโน ของสตรีญี่ปุ่น จึงทรงสอบถามผู้รู้และมีประสบการณ์ รวมทั้งทรงศึกษาจากประวัติศาสตร์อย่างละเอียดถี่ถ้วน และมีพระราชเสาวนีย์ให้ผู้เชี่ยวชาญค้นคว้าประวัติศาสตร์ธรรมเนียมการแต่งกายของสตรีไทยในราชสำนักโบราณ และโปรดฯ ให้ออกแบบฉลองพระองค์ชุดไทยแบบต่าง ๆ โดยนำรูปแบบการแต่งกายของสตรีไทยในอดีตมาผสมผสานกับวิธีการตัดเย็บปัจจุบันเพื่อให้ง่ายต่อการสวมใส่และเหมาะสมแก่ยุคสมัย แต่คงความเป็นไทยไว้อย่างกลมกลืนและสง่างาม สร้างความประทับใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น

ในหนังสือฝ้ายไหม สายใยแห่งความผูกพัน โดยเดือนฉาย คอมันตร์ ได้เผยแพร่ข้อมูลไว้โดยมีความตอนหนึ่งว่า ในปี พ.ศ. 2507 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชวินิจฉัยเลือกแบบชุดไทย 8 แบบ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค เป็นผู้คิดชื่อชุดให้เหมาะสมกับแบบของชุดต่าง ๆ นั้น เพื่อนำชุดไทยเหล่านี้ไปจัดแสดงเผยแพร่ในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปี กาชาดสากล ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2507 และเพื่อใช้เป็นชื่อเรียกขานเป็นแบบฉบับ เครื่องแต่งกายชุดประจำชาติของสตรีไทย ต่อไป

ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ได้นำชื่อพระตำหนักและพระที่นั่งต่าง ๆ มาใช้เป็นชื่อของ ชุดไทยพระราชทาน 8 ชุด โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับแบบ ตลอดจนโอกาสในการเลือกใช้ชุดนั้น ๆ

และโดยที่พระองค์มิได้ทรงกำหนดบังคับให้ชุดไทยดังกล่าวเป็นแบบแผนเครื่องแต่งกายที่สุภาพสตรีไทยทุกคนต้องแต่ง เพียงแต่มีพระราชนิยมทรงฉลองพระองค์แบบต่าง ๆ นั้น ประชาชนทั่วไปจึงเรียกขานใช้กันภายหลังว่า ชุดไทยพระราชนิยม โดยชุดไทย 8 ชุด ประกอบด้วย…

ชุดไทยเรือนต้น ตั้งตามชื่อพระตำหนักเรือนต้น ในพระราชวังดุสิต เป็นชุดไทยแบบลำลอง ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม ตัวซิ่นหรือผ้านุ่งป้ายยาวจรดข้อเท้า เสื้อเป็นคอกลมตื้น ผ่าอกกระดุม 5 เม็ด แขนสามส่วน ใช้ในโอกาสไม่เป็นทางการ เช่น การทำบุญต่าง ๆ งานกฐิน เป็นต้น

ชุดไทยจิตรลดา ตั้งตามชื่อพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นชุดที่ใช้ในพิธีกลางวัน ใช้ผ้าไหมมีเชิงหรือยกดอกทั้งตัว ผ้านุ่งป้าย เสื้อคอกลมมีขอบตั้ง ตัวเสื้อผ่าอกติดกระดุม แขนยาวจรดข้อมือ

ชุดไทยอมรินทร์ ตั้งตามชื่อพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ลักษณะเหมือนชุดไทยจิตรลดา ใช้ผ้ายกไหมดิ้นเงิน ดิ้นทอง มีเชิง สวมเครื่องประดับ (ไม่คาดเข็มขัด) และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ใช้ในงานราชพิธี และงานพิธีกลางคืน

ชุดไทยบรมพิมาน ตั้งตามชื่อพระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีและงานพิธีกลางคืน เสื้อแขนยาว คอกลมมีขอบตั้ง ตัวเสื้อและซิ่นติดกันเป็นชุดเดียว ใช้ผ้าไหมที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัว นุ่งจีบแล้วใช้เข็มขัดไทยคาด

ชุดไทยจักรี ตั้งตามชื่อพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีกลางคืน ท่อนบนเปิดไหล่หนึ่งด้าน เป็นสไบสำเร็จซึ่งมีทั้งสไบปักหรือไม่ปักก็ได้ ตัดเย็บติดกับท่อนล่างซึ่งเป็นผ้านุ่งซิ่นเป็นผ้าไหมยกทองทั้งตัวหรือยกเฉพาะเชิง

ชุดไทยดุสิต ตั้งตามชื่อพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีเต็มยศกลางคืน ใช้ผ้ายกไหมหรือยกทอง ผ้านุ่งจีบ เสื้อคอกว้างไม่มีแขน ปักด้วยดิ้นเงิน ดิ้นทอง หรือลูกปัด

ชุดไทยจักรพรรดิ ตั้งตามชื่อพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีเต็มยศกลางคืน ท่อนบนห่มสองชั้น ชั้นในปักเป็นสไบจีบและห่มสะพักทับ ผ้านุ่งยกทองจีบแบบเดียวกับชุดไทยจักรี คาดเข็มขัดและเครื่องประดับเข้าชุดกัน

ชุดไทยศิวาลัย ตั้งตามชื่อสวนศิวาลัย ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นชุดแบบเดียวกับชุดไทยบรมพิมาน แต่ห่มสะพักทับเสื้ออีกชั้นหนึ่ง

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงฟื้นฟูและพัฒนาเพื่อสืบสานธรรมเนียมการแต่งกายของสตรีไทยแต่โบราณ พร้อม ๆ ไปกับการที่ทรงช่วยเหลือราษฎรให้มีอาชีพเสริมจากการทอผ้ายามว่างจากการทำเกษตร และนอกจากนี้ ทรงเป็นผู้นำในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมการแต่งกายตามแบบประเพณีไทย รวมทั้งความงดงามของผ้าไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่นานาประเทศทั่วโลก.