สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ทุรกันดาร ทรงติดตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อสนองพระราชดำริในโครงการพัฒนาต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมทั้งได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งที่เป็นโครงการร่วมกันทั้งสองพระองค์ และที่เป็นโครงการแยกเป็นส่วนพระองค์ ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรตลอดมาโดยมิทรงย่อท้อต่อความยากลำบากตรากตรำพระวรกาย

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผ่านทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งเรื่องของการฟื้นฟูป่า การบริหารจัดการให้คนอยู่ร่วมกับป่าโดยการพึ่งพาซึ่งกันและกัน ทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ด้วยพระปรีชาสามารถและพระวิริย อุตสาหะเคียงคู่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ได้เคยมีพระราชดำรัสถึงเหตุที่ต้องทรงงานหนักพระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2522 ความสำคัญว่า “…ความจริงที่ข้าพเจ้ามีกำลังใจและกำลังกายที่จะปฏิบัติหน้าที่รับใช้บ้านเมือง ก็เนื่องด้วยเหตุนึกถึงคำของพ่อที่สอนมาตั้งแต่เล็ก ๆ และก็เมื่อแต่งงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงสอนตลอดมาว่า แผ่นดินนี้มีคุณ มีบุญคุณแก่ชีวิตของพวกเรามากมายนัก เพราะฉะนั้นชีวิตที่เกิดมานี้อย่าได้ว่างเปล่า จงตอบแทน ให้รู้สึกตัวเสมอว่าเป็นหนี้บุญคุณ…”

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อประโยชน์สุขของราษฎรอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด หนึ่งในนั้นคือความตั้งพระราชหฤทัยมั่น ทรงพลิกฟื้นผืนป่าให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์เป็นป่ารักน้ำ แหล่งเก็บน้ำตามธรรมชาติที่จะรักษาความชุ่มชื้นของแผ่นดิน ทรงสร้างบ้านเล็กในป่าใหญ่ให้คนอยู่ร่วมกับป่าโดยดูแลรักษาป่าและใช้ประโยชน์จากป่าอย่างสมดุลและยั่งยืน พระบารมีแผ่ไพศาลคุ้มครองชีวิตสัตว์ป่า

ในขณะที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาแหล่งน้ำ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก็ได้พระราชทานพระราชดำริในการอนุรักษ์ป่าไม้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธารให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย ดังกระแสพระราชดำรัส ณ บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2525 ความสำคัญตอนหนึ่งว่า “…พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ…”

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักและทรงห่วงใยต่อปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนในชนบทที่ห่างไกล ที่ต้องเผชิญอุปสรรคจากภัยธรรมชาติ ที่มีสาเหตุจากการตัดไม้ทำลายป่า เป็นเหตุให้เกิดฝนแล้ง ดินเสื่อม ทำการเกษตรไม่ได้ผล จึงมีพระราชดำริให้นำราษฎรเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน สอนให้ปลูกไม้โตเร็ว และการนำไม้มาใช้สอยอย่างถูกต้อง สอนให้รู้จักดูแลรักษาป่า และฝึกอาชีพเสริมเพื่อเป็นการเพิ่มพูนรายได้ อันเป็นที่มาของ โครงการป่ารักน้ำ และ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ดังพระราชดำรัสความสำคัญตอนหนึ่งว่า “…เราต้องสร้างบ้านป่ารักน้ำขึ้น เป็นบ้านเล็กในป่าใหญ่ให้ราษฎรได้อาศัย และสอนให้เขาใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์…”

พระราชปณิธานที่แน่วแน่ ทำให้การดำเนินงานของ โครงการป่ารักน้ำเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2525 ที่บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร และได้ขยายไปยังท้องที่ต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการดำเนินงานของโครงการมีลักษณะมุ่งให้เกิดการจัดตั้งหมู่บ้านขึ้นในป่า เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ยากจน ไม่มีพื้นที่ทำกิน ให้เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านเพื่อทำหน้าที่ปลูกต้นไม้และดูแลรักษาป่า ดังตัวอย่างของบ้านหนองไผ่ ตำบลโคกสี อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร สำหรับกลุ่มราษฎรยากจนในหมู่บ้านที่มีที่อยู่อาศัยของตนเอง แต่ยังไม่มีอาชีพที่แน่นอน หากมีความสมัครใจจะช่วยดูแลรักษาป่า พระองค์ได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นเงินเดือนให้แก่ราษฎรที่ช่วยดูแลป่า

นอกจากนั้นยังพระราชทานอาชีพอื่นให้กับบุตรและภรรยาทางบ้าน เช่น โครงการทอผ้าไหม โครงการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โครงการตัดเย็บเสื้อผ้า พร้อมกันนี้ยังมีโครงการที่ราษฎรจัดที่ดินสาธารณะที่รกร้างว่างเปล่าอยู่ตามหมู่บ้าน เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายและทำการปลูกป่าถวาย โดยพระองค์ได้ทรงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่จัดหากล้าไม้มาสนับสนุน เช่น พื้นที่อำเภอสว่างแดนดิน ราษฎรจำนวน 284 หมู่บ้าน ได้จัดที่ดินปลูกป่าถวายประมาณหมู่บ้านละ 20 ไร่ โดยพระองค์ทรงรับโครงการลักษณะนี้อยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์ด้วย

สำหรับโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่นั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานพระราชดำริเริ่มแรกเมื่อคราวเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรที่บ้านห้วยไม้หก หมู่ที่ 6 ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2535 ด้วยทรงห่วงใยเกรงว่าป่าไม้จะถูกทำลายลง เกิดความเสียหายต่อต้นน้ำลำธาร อีกทั้งสัตว์ป่าหายากอาจจะสูญพันธุ์เนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่าและการล่าสัตว์ จึงพระราชทานพระราชดำริให้อนุรักษ์สภาพป่าไม้ในท้องที่อำเภออมก๋อย และจัดการสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรให้คงสภาพที่สมบูรณ์กลมกลืนกับธรรมชาติ และเอื้อประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎรในท้องถิ่น โดยยึดหลัก 3 ประการ ได้แก่ พัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้มีอาชีพและทำกินได้ถาวร โดยคงสภาพธรรมชาติไว้ รักษาสภาพป่าที่สมบูรณ์ไม่ให้ถูกทำลาย และฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย ให้คืนสู่สภาพธรรมชาติ โดยให้มีทั้งป่าธรรมชาติและป่าใช้สอย

ในการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมในเขตพื้นที่ภาคเหนือให้กลับคืนสู่สภาพป่าที่สมบูรณ์ จำเป็นต้องดำเนินการไปพร้อม ๆ กับการให้ความรู้ด้านการเกษตรและการอนุรักษ์ที่เหมาะสม และต้องสร้างงานให้กับราษฎรในพื้นที่ได้ด้วย จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ภายใต้โครงการนี้ได้มีการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้กลับคืนสู่สภาพป่าที่สมบูรณ์ จัดสร้างฝายต้นน้ำแบบผสมผสานเพื่อสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่า จัดทำแนวกันไฟป่า รวมทั้งวางแผนการใช้ที่ดินที่เหมาะสม จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ด้วยการทำคันคูรับน้ำรอบเขา และปลูกหญ้าแฝกเพื่อลดปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดิน สำหรับการพัฒนาพื้นที่การเกษตรได้จัดทำแปลงทดสอบการปลูกไม้ผลเมืองหนาวและพืชเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ นอกจากนั้นยังทำแปลงทดสอบพันธุ์ข้าวไร่สายพันธุ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งจัดทำแปลงปลูกผัก ซึ่งการดำเนินงานของสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงนี้ได้ทำให้ราษฎรสามารถนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาพื้นที่ทางการเกษตรของตนเองได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่าอีกต่อไป

โครงการฟาร์มตัวอย่างเป็นอีกหนึ่งโครงการพระราชดำริที่มุ่งเน้นให้เกิดการบรรเทาปัญหาความยากจน โดยทรงเน้นให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับราษฎรที่ไม่มีงานทำ ให้มีโอกาสเข้ามาทำงานในโครงการ ในขณะเดียวกันราษฎรที่เข้ารับการฝึกสอนในโครงการก็จะสามารถนำเอาความรู้ในเรื่องการเกษตรด้านต่าง ๆ เช่น การประมง ปศุสัตว์ และการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ของตน โดยโครงการฟาร์มตัวอย่าง บ้านขุนแตะ ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ นับเป็นโครงการฟาร์มตัวอย่างแห่งแรก โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา และในปัจจุบันได้มีการขยายผลโครงการไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างล้นพ้น ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่และความสนพระราชหฤทัยในการฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้สภาพป่าเมืองไทยในภาพรวมพลิกฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง.