จากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา ยึดข้อตกลงให้คำมั่นลดตึงเครียด ถอนอาวุธหนัก เก็บกู้ทุ่นระเบิด ฟื้นฟูเชื่อมั่น หากทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสองฝ่ายจะยอมรับการสิ้นสุดเป็นปรปักษ์ โดยมี ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ บิน นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นสักขีพยาน ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ย่านการค้าตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านชายแดนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พบว่าบรรดาแม่ค้า เริ่มมีการซื้อสินค้ามาขายและเปิดร้านขายกันมากขึ้น หลังจากเริ่มมั่นใจในสถานการณ์ชายแดนว่าจะไม่เกิดสงครามขึ้นมาระดับหนึ่ง หลังนายกรัฐมนตรีของไทยละกัมพูชา มีการลงนามสันติภาพดังกล่าว แม้จะยังไม่เชื่อใจกัมพูชาก็ตาม แต่ก็จำเป็นต้องค้าขาย หลังปิดร้านมานานหลายเดือน เพราะต้องหารายได้จุนเจือครอบครัว
นางรัตนา ชูกล้า แม่ค้าตลาดการค้าชายแดนช่องจอม กล่าวว่า เพิ่งมีการเปิดร้านขายสินค้าใช้ในครัวเรือนและสินค้าพลาสติกได้ 4 วัน ส่วนการลงนามสันติภาพดังกล่าว ถ้าไทยได้แผ่นดินคืนทุกตารางเมตรก็ยินดีด้วย ตนมีความมั่นใจในสถานการณ์ขึ้นมาในระดับหนึ่ง หลังผู้นำทั้งสองประเทศลงนาม แม้จะยังไม่ไว้ใจฝั่งกัมพูชา เขาไม่มีสัจจะในคำพูด พูดอีกอย่าง ประกาศอีกอย่าง อีกอย่างทหารกัมพูชาก็มีการยั่วยุทหารไทยมาโดยตลอด
ส่วนร้านค้าตนเองจำเป็นต้องเปิด เพื่อทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ปิดมานานมัวแต่นั่งรอดูสถานการณ์คงไม่ไหว ที่ผ่านมาขายส้มตำไก่อบโอ่ง สถานการณ์ณ์ไม่ดีก็ปิดไป พอกลับมาขายก็ไม่มีคน ไม่มีนักท่องเที่ยวกล้าเข้ามา จึงเปลี่ยนมาขายสินค้าแบบที่ไม่เน่าเสีย เวลาอพยพก็สามารถปิดร้านได้เลย ก็ขอเชิญชวนคนไทย มาช่วยอุดหนุนคนไทยด้วยกันที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอมด้วย มีร้านค้าเริ่มเปิดขายกันบ้างแล้ว.



