นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคม ปรับเปลี่ยนรายละเอียดการดำเนินโครงการทางพิเศษ (ด่วน) จังหวัดภูเก็ต ระยะ (เฟส) ที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุนรวม 16,757 ล้านบาท จากเดิมการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการฯ และมีการเก็บค่าผ่านทาง ปรับเป็นให้กรมทางหลวง (ทล.) เป็นผู้ดำเนินการแทน และจะไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายลดภาระค่าครองชีพการเดินทางให้ประชาชน จึงต้องการให้ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากที่อื่นๆ ได้ใช้ถนนที่ดี และปลอดภัย โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในการดำเนินการจะใช้ผลการศึกษาเดิมของ กทพ. ทั้งหมด แต่จะปรับลดขนาดอุโมงค์ให้มีความเล็กลง จากเดิมออกแบบไว้เส้นผ่านศูนย์กลาง 17 เมตร เหลือ 10 เมตร เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ งบประมาณ และมาตรฐานความปลอดภัยทางวิศวกรรม เนื่องจากหลายฝ่ายมีความเห็นว่า ขนาดอุโมงค์เดิมมีความเสี่ยงด้านโครงสร้างสูง เนื่องจากต้องใช้ผนังรับแรงขนาดใหญ่ และหนามาก การปรับลดเหลือ 10 เมตร จะปลอดภัยกว่า และช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างลงได้ นอกจากนี้จะไม่มีช่องจราจรพิเศษแยกเฉพาะรถจักรยานยนต์ จะให้ใช้ช่องจราจรเดียวกับรถยนต์เหมือนถนนทั่วไป โดยโครงการนี้จะมี 4 ช่องจราจร (ไป-กลับ) มีอุโมงค์อยู่ช่วงกลางของแนวสายทาง ระยะทาง 1.85 กม.

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า การปรับลดขนาดอุโมงค์ จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เดิม เพราะโครงสร้างและพื้นที่ก่อสร้างลดลง จะทำให้ผลกระทบโดยรวมยิ่งน้อยลง อย่างไรก็ตามได้มอบให้กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เพื่อเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการดำเนินโครงการดังกล่าว คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า และจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือน พ.ย. 2568

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า โครงการทางด่วนจังหวัดภูเก็ต เฟสที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง เริ่มศึกษามาตั้งแต่ปี 2553 และได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. โดยมีมติอนุมัติโครงการทางด่วน สายกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต ซึ่งจะดำเนินการภายใต้การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2565 จากนั้น กทพ. ได้เปิดคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการฯ แต่ปรากฏว่า ไม่มีเอกชนรายใดยื่นเสนอเข้าร่วมลงทุน จึงเสนอ ครม. ขอเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนโครงการฯ จากเดิม PPP เป็น กทพ. ลงทุนก่อสร้างเองทั้งหมด และเปิด PPP เฉพาะการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ซึ่งที่ประชุม ครม. ชุดรัฐบาลที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2568

ปัจจุบัน กทพ. อยู่ระหว่างเร่งจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) โครงการฯ และเตรียมเปิดประกวดราคาหาผู้รับจ้างภายในเดือน พ.ย. 2568 เริ่มก่อสร้างต้นปี 2569 ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการในปี 2573 แต่จากการประเมินเบื้องต้น หากดำเนินการตามนโยบายของนายพิพัฒน์ ที่จะให้ ทล. เป็นผู้ดำเนินการแทน และปรับขนาดอุโมงค์ลง จะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี จึงจะได้เริ่มก่อสร้างโครงการฯ ส่วนงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าต้องเสนอขอใช้งบประมาณในปี 2570 ทั้งนี้การลดขนาดอุโมงค์ลง จะใช้งบประมาณลดลงประมาณ 1 พันล้านบาท

สำหรับแนวเส้นทางทางด่วนจังหวัดภูเก็ต เฟสที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง เป็นทางยกระดับ มีอุโมงค์อยู่ช่วงกลางของแนวสายทาง จุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมกับถนนพระเมตตา ในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ โดยเป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง (รถยนต์ 2 ช่องจราจร และรถจักรยานยนต์ 2 ช่องจราจร) ยกระดับข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์ จนถึงเขานาคเกิด ระยะทาง 0.9 กม. แล้วจึงเป็นอุโมงค์ลอดเขานาคเกิด ระยะทาง 1.85 กม. หลังจากผ่านช่วงภูเขาจึงเป็นทางยกระดับ ระยะทาง 1.23 กม. จนถึงสิ้นสุดโครงการในพื้นที่ ต.กะทู้ บริเวณจุดตัดกับ ทล.4029
เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นทางด่วนสายแรกในต่างจังหวัดของประเทศไทย ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร และลดอุบัติเหตุบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4029 รวมทั้งสามารถใช้เป็นเส้นทางอพยพกรณีเกิดภัยพิบัติ ตลอดจนเชื่อมโยงการเดินทางจาก อ.กะทู้ ไปหาดป่าตอง และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้คนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตด้วย



